10 ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2019 เอาใจสายเทคโนโลยี

          แนะนำ 10 ของขวัญปีใหม่ ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2019 เอาใจสายเทคโนโลยี สำหรับคนชอบของไฮเทคกับของขวัญปีใหม่ ที่มีให้เลือกหลายแบบ หากกำลังหาของขวัญปีใหม่ ห้ามพลาด

          ของขวัญปีใหม่ 2019 จะซื้ออะไรให้ดี คำถามที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ คนเมื่อใกล้จะถึงเทศกาลปีใหม่ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงกำลังหาไอเดียเพื่อจับจ่ายซื้อของขวัญสำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง สำหรับใครที่เป็นสายไฮเทค ชื่นชอบเทคโนโลยี และอยากได้ของขวัญปีใหม่ที่มีความไฮเทค วันนี้กระปุกดอทคอมมี 10 ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2019 ที่คัดมาเอาใจสายเทคโนโลยีโดยเฉพาะ มาดูกันว่ามีอะไรให้เลือกบ้าง

1. iPad Pro 2018

          ประเดิมตัวแรกด้วย iPad Pro รุ่นใหม่ ปี 2018 ที่ถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมาก โดยรุ่นนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ตัวเครื่องใหม่ ขอบจอบางกว่าเดิม ไม่มีปุ่มโฮม และไม่มีรอยบาก มีหน้าจอให้เลือก 2 ขนาด คือ 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ Liquid Retina Display พร้อมเทคโนโลยี ProMotion ที่จะปรับ refresh rate ของหน้าจออัตโนมัติตามความเหมาะสม สูงสุดที่ 120Hz

          ด้านสเปกใช้ชิป A12X Bionic ที่ประมวลผลได้เร็วกว่าเดิมถึง 35% เมื่อทำงานแบบ 1-core และเร็วขึ้นถึง 90% เมื่อทำงานเต็ม 8-core รวมทั้ง GPU 7-core ที่ประมวลผลกราฟิกได้ดีกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ระดับใกล้เคียงกับเครื่องเกมคอนโซล และรองรับ AR ได้เป็นอย่างดี บริเวณขอบจอด้านบนมี Face ID และกล้อง TrueDepth สำหรับการสแกนใบหน้า และแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง สำหรับพอร์ต Lightning นั้นจะถูกตัดออกแล้วเปลี่ยนเป็น USB-C แทน ซึ่งสามารถใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ iPhone ได้ด้วย

          พร้อมด้วย Apple Pencil รุ่นใหม่ที่มีดีไซน์ต่างไปจากเดิม มีแม่เหล็กสำหรับติดกับตัวเครื่อง iPad Pro และชาร์จแบบไร้สายได้ พร้อมทั้งรองรับ Gesture อย่างการแตะหรือปัดที่ตัวปากกา

ราคา iPad Pro รุ่นจอ 11 นิ้ว เริ่มต้นที่ 28,900 บาท และรุ่นจอ 12.9 นิ้ว เริ่มต้นที่ 35,900 บาท

2. Apple Watch Series 4

          สินค้ายอดนิยมอีกชื้นจากแอปเปิล ล่าสุดเปิดตัวรุ่นใหม่เดินทางมาถึง Series ที่ 4 แล้ว โดยมาพร้อมดีไซน์อินเทอร์เฟซหน้าปัดแบบใหม่ พร้อมลูกเล่นและฟีเจอร์ใหม่ ๆ โดยยังคงดีไซน์ตัวเรือนแบบเดิม มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น เป็น Apple Watch ที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมเทคโนโลยีจอภาพใหม่ในชื่อ LTPO ที่ทำให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น แค่ชาร์จเพียงครั้งเดียวก็ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 18 ชั่วโมง

          อินเทอร์เฟซของ Apple Watch Series 4 ถูกยกเครื่องดีไซน์ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สามารถแสดงข้อมูลได้มากขึ้นพร้อมรายละเอียดที่อัดแน่นยิ่งขึ้น รวมทั้งหน้าปัดนาฬิกาอินโฟกราฟิกแบบใหม่ที่รองรับกลไกหน้าปัดได้สูงสุดถึง 8 กลไก แค่เหลือบมองครั้งเดียว คุณก็เห็นได้และทำได้มากขึ้นกว่าที่เคยแล้ว ส่วนเม็ดมะยม Digital Crown นั้นก็มีการปรับปรุงเช่นกัน โดยจะมีการสั่นตอบสนองต่อการหมุนที่แม่นยำมากขึ้น กลไกภายในมีความซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม มีชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น 20% แต่ขนาดเล็กลง 30%

ราคาเริ่มต้นที่ 14,400 บาท

3. Surface Go

          แท็บเล็ต Surface รุ่นใหม่ของไมโครซอฟท์ หน้าจอ 10 นิ้ว ที่มีขนาดเล็กที่สุดและราคาถูกที่สุด โดยยังคงไว้ซึ่งความพรีเมียมตามแบบฉบับของ Surface โดยตัวเครื่องนั้นบางเพียง 8.3 มม. และมีน้ำหนักเพียง 0.52 กก. เท่านั้น มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 10 นิ้ว ซึ่งถือว่าไม่ใหญ่เกินไป ทำให้พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก มีอัตราส่วนหน้าจออยู่ที่ 3:2 ใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะใช้ทำงานเอกสาร งานกราฟิก รับชมสื่อบันเทิง อ่านหนังสือ รวมทั้งใช้ในด้านการศึกษา

          นอกจากนี้ก็ยังมีขาตั้งในตัว ปรับเอนได้ 165 องศา และรองรับ Surface Pen ที่รองรับระดับแรงกด 4,096 ระดับ รวมทั้ง Type Cover คีย์บอร์ดแบบถอดได้รุ่นสำหรับ Surface Go โดยเฉพาะ มี Trackpad ที่รองรับการสั่งการแบบ Gesture สูงสุดถึง 5 ตำแหน่ง รวมทั้งสามารถใช้กับ Surface Mouse รุ่นใหม่ได้อีกด้วย โดยอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ต้องซื้อแยก ไม่มีแถมมากับเครื่อง

ราคา 14,990 - 19,990 บาท

4. PlayStation Classic

          สำหรับคอเกมยุคเก่ากับเครื่องเกมระดับตำนานไซส์มินิ PlayStation Classic พร้อมบรรจุ 20 เกมคลาสสิกยอดฮิตในเครื่อง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการระลึกความหลังกับเกมสุดคลาสสิกในยุค 90s และผู้ที่ชื่นชอบสะสมเครื่องเกม โดยทั้งตัวเครื่องและกล่องแพ็กเกจจะมีดีไซน์เหมือนเครื่อง PlayStation รุ่นแรกทุกประการ แต่ถูกย่อขนาดให้เล็กลง 45%

          มาพร้อมพอร์ต HDMI สำหรับต่อเข้ากับทีวียุคปัจจุบัน มี Memory Card จำลองในตัวสำหรับเซฟเกม และมีจอยรุ่นแรกที่ไม่ใช่ DualShock ให้มาอีกสองจอย โดย PlayStation Classic จะไม่สามารถใส่แผ่นเกมได้ แต่จะบรรจุสุดยอดเกมคลาสสิกมาในเครื่องทั้งหมด 20 เกม เช่น Final Fantasy VII, TEKKEN 3, R4: Ridge Racer Type 4, Jumping Flash!, Wild Arms และอื่น ๆ อีกมากมาย จ่ายไฟผ่านพอร์ต USB แต่ไม่มี Adapter แถมมาให้

ราคา 3,590 บาท

5. Xiaomi Amazfit Bip

          Xiaomi Amazfit Bip สมาร์ทวอตช์รุ่นใหม่ที่ชูจุดเด่นแบตเตอรี่แสนอึด ชาร์จครั้งเดียวอยู่ได้นานถึง 45 วัน โดยตัวเรือนจะมีรูปทรงคล้าย Apple Watch มีน้ำหนักเพียง 31 กรัม หน้าจอขนาด 1.28 นิ้ว ใช้กระจก Gorilla Glass 3 แบบ 2.5D แบตเตอรี่ขนาด 190mAh มีเซ็นเซอร์ตรวจวัดหัวใจและตรวจจับการเคลื่อนไหวต่าง ๆ พร้อม GPS + GLONASS ซึ่งถ้าเปิดใช้การตรวจจับตำแหน่งและเซ็นเซอร์ต่าง ๆ จะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น ใช้ได้ประมาณ 22 ชั่วโมง และรันระบบปฏิบัติการที่ Xiaomi พัฒนาขึ้นเอง ไม่สามารถติดตั้งแอปฯ เพิ่มได้ โดยสามารถใช้งานร่วมกับแอปฯ Mi Fit companion สำหรับ Android 4.4 และ iOS 8 ขึ้นไป

ราคา 2,199 บาท

6. Xiaomi Mi Band 3

          Mi Band 3 สายรัดข้อมือยอดนิยมอีกรุ่นจาก Xiaomi มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 0.78 นิ้ว ความละเอียด 128 x 80 พิกเซล มีคุณสมบัติกันน้ำ 5ATM สามารถใส่ว่ายน้ำหรือดำน้ำได้ลึก 50 เมตร โดยในรุ่นใหม่นี้ได้มีการปรับปรุงฟีเจอร์ด้านฟิตเนสให้แสดงผลแบบ Real-time ทั้งการตรวจจับการวิ่ง การเดิน ปั่นจักรยาน และอื่น ๆ ที่ด้านหน้ามีปุ่มสำหรับรับสายโทรศัพท์ หรือกดค้างเพื่อตัดสาย โดยที่สายคาดจะมีแสดงชื่อคนที่โทร. เข้าให้สามารถดูก่อนกดรับสายได้ ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 110mAh นั้นก็สามารถสแตนด์บายได้นานถึง 20 วัน

ราคา 890 บาท

7. JBL GO 2

          JBL Go 2 ลำโพงขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวกพร้อมไปกับคุณทุกที่ มีไมโครโฟนรับสายภายในตัว สามารถกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IPX7 แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน 5 ชั่วโมง ตัวลำโพงมีให้เลือกทั้งหมด 9 สี เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 4.1 ที่ต่อได้ไกลถึง 10 เมตร หรือจะต่อสาย AUX/3.5 มม. ก็ได้ ในส่วนของคุณภาพเสียง ทำได้ดีกว่า JBL Go รุ่นแรกประมาณ 20% หรือ 30% โดยเฉพาะย่านของเสียงกลาง ที่ชัดและอิ่มกว่ารุ่นแรกพอสมควร

ราคา 1,490 บาท

8. Logitech MX ERGO

          Logitech MX ERGO เมาส์แทร็กบอลไร้สายที่ถูกออกแบบสรีระมาให้ใช้งานได้อย่างสบายมือ ใช้งานได้โดยไม่ต้องขยับมือและแขน สามารถปรับความเอียงได้ 0-20 องศา เพื่อท่าทางการวางมือที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นและความสะดวกสบายกว่าเดิม ใช้เพียงแค่นิ้วโป้งในการลากเมาส์ พร้อมปุ่มลัดให้อีกสองปุ่ม สามารถเชื่อมต่อและทำงานกับคอมพิวเตอร์สองเครื่องพร้อมกันและสลับไปมาได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งการคัดลอก/วางข้อความ ภาพ และไฟล์ระหว่างเครื่อง แบตเตอรี่ใช้ได้นานถึง 4 เดือน ชาร์จนาทีเดียวใช้ได้นานทั้งวัน รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ Bluetooth และตัวรับสัญญาณ USB 2.4GHz

ราคา 3,499 บาท

9. Sony WF-SP700N

          Sony WF-SP700N หูฟังป้องกันเสียงรบกวนแบบไร้สายที่สร้างมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่ต้องการเพลิดเพลินกับเสียงอย่างอิสระ มีเอียร์บัดและตัวดันหูซิลิโคนกันหลุด ช่วยให้ใส่กระชับสบาย ไม่เลื่อนหลุด ใช้วัสดุป้องกันน้ำอย่างดีไม่หวั่นแม้เหงื่อออกมาก เชื่อมต่อผ่านระบบบลูทูธ มีปุ่มรับสาย-โทร. ออก แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง มาพร้อมกล่องใส่ที่สามารถชาร์จแบตฯ ให้เต็มได้ถึง 2 รอบ รวมแล้วอยู่ได้นาน 9 ชั่วโมง

ราคา 7,490 บาท

10. GoPro HERO7

          กล้องแอ็คชั่นแคมรุ่นใหม่ มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ลดการสั่นไหว HyperSmooth ราวกับมีกิมบอลติดตั้งในตัวกล้อง โดย HyperSmooth คือ ระบบลดการสั่นไหวของวิดีโอ แบบติดตั้งในตัวกล้องที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกวิดีโอได้อย่างลื่นไหลราวกับมืออาชีพ โดยไม่ต้องใช้กิมบอลเป็นตัวช่วยในการถ่ายวิดีโออีกต่อไป นอกจากนี้ HyperSmooth ยังมีความทนทาน สามารถกันน้ำได้ และใช้งานได้แม้ขณะมีลมแรง ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ กิมบอลยังไม่สามารถทำได้

          นอกจากนี้ GoPro HERO7 Black ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์การบันทึกวิดีโอรูปแบบใหม่ล่าสุด ที่มีชื่อว่า TimeWarp ช่วยให้สามารถบันทึกวิดีโอได้แบบความเร็วสูง ไร้การสั่นไหว และลื่นไหลอย่างเหลือเชื่อ ให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกวิดีโอเป็นระยะเวลานานได้อย่างไม่มีสะดุด และสามารถร่นระยะเวลาทั้งหมดของวิดีโอนั้น ๆ ลงมาให้เหลือได้เพียงไม่กี่วินาที และยังสามารถแชร์วิดีโอออกไปได้อย่างง่ายดาย

ราคา

          - GoPro HERO7 Black ราคา 14,500 บาท
          - GoPro HERO7 Silver ราคา 10,800 บาท
          - GoPro HERO7 White ราคา 7,200 บาท

หมายเหตุ: ราคาสินค้าแต่ละชิ้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับร้านที่วางจำหน่าย อย่าลืมสอบถามราคาล่าสุดก่อนซื้อทุกครั้ง

อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
10 ไอเดียของขวัญปีใหม่ 2019 เอาใจสายเทคโนโลยี โพสต์เมื่อ 28 พฤศจิกายน 2561 เวลา 12:07:04 10,537 อ่าน
TOP