รวมเคล็ดลับดูแลผิวผู้ชายแบบเข้าใจง่าย รู้สภาพผิว ล้างหน้า ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ ทากันแดด และดูแลหลังโกนหนวด ให้ผิวดูสุขภาพดี อ่อนเยาว์ เหมาะกับผู้ชายไทยทุกวัย
ทุกวันนี้เรื่องการดูแลผิวไม่ได้จำกัดอยู่แค่สาว ๆ แล้ว เพราะ
ผู้ชายเองก็ต้องเจอกับทั้งแดด ฝุ่น มลภาวะ เหงื่อ ความมัน รวมถึงการโกนหนวดเป็นประจำ โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่ใช้ชีวิตกลางแจ้ง เดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ หรือออกกำลังกายบ่อย ยิ่งควรใส่ใจผิวมากขึ้น จริง ๆ แล้ว
การดูแลผิวผู้ชาย ไม่จำเป็นต้องมี
สกินแคร์เต็มโต๊ะหรือใช้เวลานาน แค่เริ่มจากขั้นตอนพื้นฐานที่เหมาะกับสภาพผิวและทำอย่างสม่ำเสมอ ก็ช่วยให้ผิวดูสะอาด สุขภาพดี และลดโอกาสเกิดปัญหาผิวบางอย่างได้แล้ว มาดูกันว่ามีวิธีไหนที่ผู้ชายสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้าง
รู้จักสภาพผิวของตัวเอง
ก่อนเลือกผลิตภัณฑ์หรือจัดกิจวัตรดูแลผิว ลองสังเกตกันก่อนว่าตัวเองมีสภาพผิวแบบไหน เพราะแต่ละคนมีความต้องการของผิวแตกต่างกัน
- ผิวมัน : ผิวมีความมันวาว โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง หรือ T-zone เนื่องจากมีการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติค่อนข้างมาก
- ผิวแห้ง : ผิวรู้สึกตึง ลอกเป็นขุย หยาบกร้าน หรือคันได้ง่าย
- ผิวผสม : บริเวณ T-zone ค่อนข้างมัน แต่บริเวณแก้มหรือส่วนอื่น ๆ อาจแห้ง
- ผิวแพ้ง่าย : ระคายเคือง แสบ หรือแดงได้ง่ายเมื่อเจอผลิตภัณฑ์บางชนิด สภาพอากาศ หรือปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ
- ผิวธรรมดา : โดยทั่วไปผิวค่อนข้างสมดุล ไม่มันหรือแห้งจนเกินไป และไม่ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากนัก
เมื่อรู้สภาพผิวแล้ว การเลือกผลิตภัณฑ์ก็จะง่ายขึ้น เช่น คนผิวมันหรือเป็นสิวง่ายอาจมองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า oil-free หรือ non-comedogenic ส่วนคนผิวแพ้ง่ายควรเลือกสูตรอ่อนโยนและ fragrance-free หรือปราศจากน้ำหอม
12 เคล็ดลับการดูแลผิวสำหรับผู้ชาย
1. ล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง
พื้นฐานง่าย ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามคือการล้างหน้า โดยสามารถล้างในตอนเช้าและก่อนนอน เพื่อขจัดเหงื่อ ความมัน ฝุ่น และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนผิวตลอดวัน นอกจากนี้ ผู้ชายที่ออกกำลังกายหรือเหงื่อออกมากก็ควรล้างหน้าหลังทำกิจกรรมด้วย โดยเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับสภาพผิว และใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติแทนน้ำร้อน เพราะน้ำร้อนอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ เวลาล้างหน้าไม่จำเป็นต้องขัดหรือถูแรง ๆ แค่นวดผลิตภัณฑ์เบา ๆ ให้ทั่วใบหน้าแล้วล้างออก จากนั้นใช้ผ้าสะอาดซับหน้าเบา ๆ ก็เพียงพอ
2. อย่าใช้สบู่ก้อนทั่วไปกับผิวหน้า
แม้การใช้สบู่ก้อนจะสะดวกและประหยัดเวลา แต่สบู่บางชนิดอาจทำให้ผิวหน้ารู้สึกแห้งตึงหลังล้างได้ โดยเฉพาะคนที่มีผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย ดังนั้น หากเป็นไปได้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับทำความสะอาดผิวหน้าโดยเฉพาะ และเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง จะช่วยให้ทำความสะอาดผิวได้โดยไม่ทำให้ผิวรู้สึกแห้งตึงจนเกินไป
3. โกนหนวดให้ถูกวิธี ลดปัญหาผิวระคายเคือง
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่โกนหนวดเป็นประจำ ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญไม่แพ้การล้างหน้า เพราะการโกนที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดตุ่มแดง ผิวแสบร้อน หรือขนคุดได้ ก่อนโกนควรทำให้ผิวและเส้นขนนุ่มลงด้วยน้ำอุ่นหรือโกนหลังอาบน้ำ จากนั้นใช้ครีมหรือเจลโกนหนวดช่วยลดการเสียดสีระหว่างใบมีดกับผิว ขณะโกนควรโกนไปตามแนวเส้นขน ไม่ดึงผิวให้ตึงมากเกินไป และหลีกเลี่ยงการกดใบมีดแรง ๆ หากมีปัญหาตุ่มนูนหรือขนคุดเป็นประจำ อาจลองเปลี่ยนไปใช้มีดโกนแบบใบมีดเดี่ยวหรือสองใบมีด ที่สำคัญควรล้างใบมีดหลังใช้งาน และเปลี่ยนใบมีดเป็นระยะ แนะนำให้เปลี่ยนหลังใช้ประมาณ 5-7 ครั้ง เพื่อช่วยลดการระคายเคือง
4. เติมความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์
หลังล้างหน้าหรือโกนหนวด อย่าปล่อยให้ผิวแห้งตึงจนเกินไป การใช้มอยส์เจอไรเซอร์ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวรู้สึกนุ่มและสบายขึ้น โดยคนผิวมันหรือผิวผสมอาจเลือกเนื้อบางเบาและปราศจากน้ำมัน ส่วนคนผิวแห้งอาจเลือกสูตรที่เน้นเติมความชุ่มชื้นมากขึ้น ขณะที่คนผิวแพ้ง่ายควรให้ความสำคัญกับสูตรอ่อนโยนและส่วนผสมที่ไม่กระตุ้นการระคายเคือง ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการทามอยส์เจอไรเซอร์คือหลังล้างหน้าหรืออาบน้ำไม่นาน ขณะที่ผิวยังมีความชื้นอยู่เล็กน้อย
5. ผลัดเซลล์ผิวอย่างพอดี
เซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมถึงน้ำมันส่วนเกินและสิ่งสกปรก อาจสะสมอยู่บนผิวและทำให้ผิวดูหมองหรือเกิดการอุดตันได้ การผลัดเซลล์ผิวจึงสามารถเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนในการดูแลผิว อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องทำบ่อยหรือขัดผิวแรง ๆ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองและเสียสมดุลได้ หากจะใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว ควรเริ่มจากความถี่น้อย ๆ และเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือมีปัญหาผิวอยู่แล้ว ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ และหากใช้แล้วมีอาการแสบ แดง หรือระคายเคือง ควรหยุดใช้
6. ทาครีมกันแดดทุกวัน
ถ้าจะเลือกเพิ่มขั้นตอนดูแลผิวให้ได้ประโยชน์ในระยะยาว ครีมกันแดด เป็นอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม เพราะชีวิตประจำวันของผู้ชายหลายคนต้องเจอกับแสงแดดโดยตรง ไม่ว่าจะเดินทาง ทำงานกลางแจ้ง เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ควรเลือกครีมกันแดดแบบ Broad-spectrum ที่ช่วยปกป้องทั้งรังสี UVA และ UVB และมีค่า SPF 30 ขึ้นไป โดยทาบริเวณที่ต้องสัมผัสแดด เช่น ใบหน้า ลำคอ ใบหู และบริเวณหนังศีรษะที่ไม่มีผมปกคลุม หากต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรทาซ้ำประมาณทุก 2 ชั่วโมง รวมถึงหลังว่ายน้ำหรือมีเหงื่อออกมาก นอกจากครีมกันแดดแล้ว การใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หมวก และแว่นกันแดดก็ช่วยลดการสัมผัสแสงแดดได้เช่นกัน
7. เพิ่มสกินแคร์เฉพาะจุดเมื่อจำเป็น
ถ้าพื้นฐานอย่างล้างหน้า มอยส์เจอไรเซอร์ และกันแดดลงตัวแล้ว ใครที่มีปัญหาผิวเฉพาะด้านก็สามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์เข้าไปได้ เช่น เซรั่มสำหรับเติมความชุ่มชื้น ผลิตภัณฑ์ดูแลสิว หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ ส่วนคนที่สนใจดูแลเรื่องริ้วรอย อาจมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอย่างเปปไทด์หรือเรตินอล แต่ควรเริ่มใช้ทีละอย่างและทำตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ เพราะส่วนผสมบางชนิดอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มใช้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมีสกินแคร์หลายสิบชิ้น ขอแค่เลือกสิ่งที่เหมาะกับปัญหาผิวของตัวเองก็เพียงพอ
8. ไม่ควรละเลยการดูแลผิวช่วงกลางคืน
ช่วงกลางคืนสามารถจัดเป็นเวลาสำหรับดูแลผิวแบบง่าย ๆ ได้เช่นกัน โดยเริ่มจากล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นทาผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะกับสภาพผิว เช่น เซรั่มหรือมอยส์เจอไรเซอร์ หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมออกฤทธิ์ เช่น เรตินอล ควรศึกษาวิธีใช้และข้อควรระวังให้ดี เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองหรือไวต่อแสงได้ในบางคน และไม่ควรเพิ่มผลิตภัณฑ์หลายชนิดพร้อมกันตั้งแต่แรก ส่วนใครที่มีปัญหาริมฝีปากแห้งหรือแตก การพกลิปบาล์มไว้ใช้ระหว่างวันก็เป็นอีกวิธีดูแลตัวเองง่าย ๆ ที่ทำได้ไม่ยาก
9. ผิวรอบดวงตาก็ควรดูแล
ผิวรอบดวงตามีความบอบบางและเป็นบริเวณที่สังเกตเห็นความแห้งหรือริ้วรอยได้ง่าย การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตาจึงเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการดูแลบริเวณนี้เป็นพิเศษ แต่ไม่จำเป็นต้องมีอายครีมโดยเฉพาะเสมอไป หากมอยส์เจอไรเซอร์ที่ใช้อยู่สามารถใช้บริเวณรอบดวงตาได้และไม่ทำให้ระคายเคือง ก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตามคำแนะนำได้เช่นกัน หลักสำคัญคืออย่าถูหรือขยี้บริเวณรอบดวงตาแรง ๆ เพราะผิวบริเวณนี้ค่อนข้างบอบบาง
10. อย่าลืมดูแลเส้นผมและหนวดเคราไปพร้อมกัน
การดูแลตัวเองของผู้ชายไม่ได้มีแค่เรื่องผิวหน้า หนวด เครา และเส้นผมก็เป็นส่วนที่ช่วยให้ลุคโดยรวมดูเรียบร้อยขึ้นได้ หนุ่ม ๆ ที่ไว้หนวดเคราควรหมั่นทำความสะอาดและเล็มให้เป็นทรง รวมถึงดูแลไม่ให้ผิวบริเวณใต้หนวดเคราสะสมเหงื่อและความมันมากเกินไป ส่วนเส้นผมควรเลือกแชมพูและครีมนวดให้เหมาะกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ ไม่จำเป็นต้องสระตามจำนวนครั้งตายตัว เพราะความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพหนังศีรษะ กิจกรรมในแต่ละวัน และปริมาณเหงื่อหรือความมันด้วย ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการขยี้หรือเช็ดผมแรง ๆ หลังสระ เพราะอาจทำให้เส้นผมเสียหายได้
11. หมั่นสังเกตความผิดปกติของผิว
อีกเรื่องที่ผู้ชายไม่ควรมองข้ามคือการสังเกตผิวของตัวเองเป็นประจำ โดยเฉพาะไฝหรือจุดบนผิวที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น มีขนาดหรือสีเปลี่ยนไป คัน หรือมีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ หากพบจุดหรือรอยบนผิวที่ดูผิดปกติและไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อให้ช่วยตรวจประเมิน เพราะการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นเรื่องที่ควรทำ
12. ดูแลผิวจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
นอกจากสิ่งที่ทาลงบนผิวแล้ว พฤติกรรมในแต่ละวันก็มีส่วนต่อสุขภาพผิวเช่นกัน ลองใส่ใจกับเรื่องง่าย ๆ อย่างการดื่มน้ำให้เพียงพอ กินอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ รวมถึงอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว อะโวคาโด มะเขือเทศ และปลาที่มีไขมันดี ขณะเดียวกันก็ควรลดอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูงและอาหารแปรรูปในปริมาณมาก รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ และสำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่าลืมล้างหน้าและทำความสะอาดผิวหลังเหงื่อออกมาก เพื่อช่วยขจัดเหงื่อและความมันที่สะสมบนผิว
จริง ๆ แล้ว การดูแลผิวผู้ชาย ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิด ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการซื้อสกินแคร์จำนวนมาก แค่รู้จักสภาพผิวของตัวเอง ล้างหน้าอย่างเหมาะสม โกนหนวดด้วยวิธีที่ลดการระคายเคือง เติมความชุ่มชื้น และทาครีมกันแดดเป็นประจำ ก็ถือเป็นพื้นฐานสำคัญแล้ว จากนั้นค่อยเพิ่มขั้นตอนอื่น ๆ ตามปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละคน ที่สำคัญคือทำอย่างสม่ำเสมอ พร้อมดูแลตัวเองในด้านอื่น ๆ ควบคู่กันไป ทั้งการกินอาหารที่หลากหลาย ดื่มน้ำ พักผ่อน และดูแลความสะอาด เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้หนุ่ม ๆ มีผิวที่ดูสะอาดและสุขภาพดีขึ้นได้ในแบบที่เหมาะกับตัวเอง
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง