วิธีเลือกซื้อ Router Wi-Fi เบื้องต้นให้เหมาะกับสไตล์การใช้งาน

          แนะนำวิธีเลือกซื้อ Router Wi-Fi เบื้องต้นให้เหมาะกับสไตล์การใช้งาน สำหรับมือใหม่ที่ต้องการซื้อ Router ใหม่

วิธีเลือกซื้อ Router Wi-Fi

          ถึงแม้ว่าปัจจุบันผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านส่วนใหญ่จะแถม Router มาให้พร้อมกับตอนติดตั้งอยู่แล้ว แต่หลายคนก็อาจจะต้องเสียเงินซื้อ Router เพิ่ม เนื่องจาก Router ที่ผู้ให้บริการแถมมานั้นอาจมีฟีเจอร์ไม่เพียงพอต่อความต้องการ หรืออาจมีคุณภาพไม่ดีพอ โดยเฉพาะการปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ที่มีคนประสบปัญหากันค่อนข้างมาก เนื่องจาก Router ของผู้ให้บริการมักเป็นแบบไม่มีเสาและปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ได้ไม่ค่อยดี ทำให้อินเทอร์เน็ตช้าและหลุดบ่อย แต่พอจะซื้อ Router ใหม่ก็ต้องปวดหัวกับการเลือกซื้อ Router อีก เพราะมีสารพัดรุ่นสารพัดแบบ ตั้งแต่ราคาหลักร้อยยันหลักหมื่น เลือกซื้อไม่ถูกกันเลยทีเดียว วันนี้เราก็เลยจะมาแนะนำวิธีซื้อ Router Wi-Fi เบื้องต้นให้เข้าใจกันแบบคร่าว ๆ เพื่อที่จะได้ซื้อ Router ได้ตรงกับความต้องการของเรา

          ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Router นั้นมีทั้งแบบ All-in-one ที่มีโมเด็มในตัวกับแบบที่ไม่มีโมเด็มในตัวซึ่งจะทำได้แค่แชร์เน็ตอย่างเดียว ในกรณีที่ซื้อมาต่อพ่วงกับ Router เดิมของผู้ให้บริการ (ซึ่งมีโมเด็มในตัว) อีกทีเพื่อแชร์เน็ตปล่อย Wi-Fi นั้นจะซื้อแบบไหนก็ได้ แต่ถ้าหากไม่มี Router ของผู้ให้บริการก็จำเป็นจะต้องซื้อแบบ All-in-one หรือซื้อตัวที่มีโมเด็มแยก และจะต้องให้รองรับกับรูปแบบสายอินเทอร์เน็ตที่เราใช้ด้วย (ADSL/VDSL/Fiber)


วิธีเลือกซื้อ Router Wi-Fi

          หลัก ๆ Router ในปัจจุบันจะแบ่งออกเป็นรุ่นที่รองรับถึงแค่ Wi-Fi 4 (802.11n) กับรุ่นที่รองรับถึง Wi-Fi 5 (802.11ac) ซึ่งรุ่นที่รองรับ Wi-Fi 5 จะรองรับความเร็วสูงมากกว่า และยังสามารถปล่อยสัญญาณ Wi-Fi 4 ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วถ้าหากเราใช้อินเทอร์เน็ตแพ็กเกจความเร็ว 100Mbps ขึ้นไปก็ควรจะใช้ Router ที่รองรับ Wi-Fi 5 จะเหมาะสมกว่า แต่อุปกรณ์ที่จะใช้ Wi-Fi ก็จะต้องรองรับ Wi-Fi 5 ด้วยเช่นกัน

          นอกจากนี้ก็ยังมี Router ที่เป็นแบบ Dual-band คือสามารถปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ได้ทั้งคลื่นความถี่ 2.4GHz และ 5GHz ซึ่งเหมาะกับละแวกที่มีคนใช้ Wi-FI กันเยอะ ทำให้ 2.4GHz มีสัญญาณ Wi-Fi ของบ้านข้างเคียงใช้กันหนาแน่น ส่งผลให้อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร และการที่ Router เราสามารถปล่อย Wi-Fi ที่คลื่นความถี่ 5GHz ได้นั้นก็จะทำให้สัญญาณไม่ไปชนกับของบ้านอื่น เพราะมีช่องความถี่ให้ใช้ได้เยอะกว่า และแน่นอนว่าอุปกรณ์ที่จะใช้ Wi-Fi ก็จะต้องรองรับคลื่นความถี่ 5GHz ด้วยเช่นกัน

วิธีเลือกซื้อ Router Wi-Fi

          อีกสิ่งที่สำคัญก็คือเสาสำหรับปล่อยสัญญาณ Wi-FI ของตัว Router ซึ่ง Router แบบที่มีเสามักจะปล่อย Wi-Fi ได้ดีกว่ารุ่นที่ไม่มีเสา และโดยส่วนใหญ่แล้วรุ่นที่มีหลายเสาหรือมีเสาที่ยาวก็มักจะปล่อย Wi-Fi ได้ดีกว่า และสำหรับสิ่งสุดท้ายเลยที่จะลืมไปไม่ได้ก็คือ ถ้าหากเราใช้อินเทอร์เน็ตแพ็กเกจที่มีความเร็วสูงกว่า 100Mbps จะต้องเลือกซื้อ Router รุ่นที่เป็น Gigabit ด้วย เพราะว่ารุ่นที่ไม่รองรับ Gigabit จะรองรับความเร็วอินเทอร์เน็ตได้สูงสุดเพียงไม่เกิน 100Mbps เท่านั้น

          อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงวิธีการเลือกซื้อ Router Wi-Fi เบื้องต้นที่เหมาะสำหรับมือใหม่เท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว Router ยังมีรายละเอียดสเปกขั้นสูงที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของอินเทอร์เน็ตอีกมากมายเลยทีเดียว

5 สาเหตุเบื้องต้น ที่ทำให้อินเทอร์เน็ตช้า หลุดบ่อย

Wi-Fi ช้า... เป็นเพราะอะไร มาหาวิธีแก้กัน 

Wi-Fi 6 คืออะไร อยากใช้ต้องซื้อ Router ใหม่รึเปล่า ? 

สนใจให้ Kapook.com รีวิวสินค้ามีสเปก จัดทำวิดีโอโปรโมต หรือ Content และ Social Marketing คลิกดูรายละเอียดกันเลย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วิธีเลือกซื้อ Router Wi-Fi เบื้องต้นให้เหมาะกับสไตล์การใช้งาน โพสต์เมื่อ 1 เมษายน 2562 เวลา 13:32:45 1,321 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP