x close

10 ความจริงของการดูแลสุขภาพที่อาจไม่เคยรู้มาก่อน




         บางครั้งสิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อหรือถูกบอกต่อกันมาไม่ได้หมายความว่าจะเป็นความจริงเสมอไป โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพที่มีหลากหลายคำแนะนำออกมาให้เห็นกันอย่างมากมาย ทั้งในเรื่องของอาหารการกิน ไลฟ์สไตล์ กิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะคล้อยตามความคิดเหล่านั้นโดยไม่ได้พิสูจน์ความจริงเสียก่อน บางอย่างเมื่อทำไปแล้วเกิดผลเสียมากกว่าผลดี กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็แก้ไขได้ยากแล้ว ดังนั้นก่อนที่อะไร ๆ จะสายเกินไป ในวันนี้เราขอนำข้อเท็จจริงจากหลากหลายความเชื่อที่รวบรวมโดยเว็บไซต์ mensxp.com เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพมาเปิดเผยกัน  

      1. ดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
 
        ถึงแม้น้ำจะมีความสำคัญต่อร่างกายมากเท่าไหร่ แต่ควรจะดื่มน้ำในปริมาณที่พอดีไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เหมือนความเชื่อที่เคยได้ยินกันมาว่าให้ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก เนื่องจากหากดื่มน้ำมากเกินกว่าความต้องการของร่างกาย อาจทำให้เกิดสภาวะระดับโซเดียมในร่างกายต่ำ ซึ่งอาจส่งผลให้เป็นโรคไตวายและหัวใจวายได้  
 
     2. ลดน้ำหนักโดยการงดอาหาร
 
        หลายคนคิดว่าการอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งจะช่วยลดน้ำหนักและปริมาณไขมันส่วนเกินในร่างกายได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผลที่ออกมา กลับตรงกันข้ามกับสิ่งความคิดนี้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากความหิวจะทำให้เกิดความอยากและทานอาหารมื้อต่อไปมากกว่าปกติ จากเหตุนี้เองการอดอาหารจึงไม่เกิดผลดีใด ๆ กับร่างกาย รวมทั้งอาจมีไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ในกรณีที่ต้องการลดน้ำหนักจริง ๆ ควรเปลี่ยนจากการงดอาหาร เป็นการแบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้นและลดปริมาณอาหารให้น้อยลง เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญกันดีกว่า 

 

     3. โกนหนวดบ่อยทำให้หนวดยาวเร็วขึ้น 
 
        คนส่วนมากอาจเคยได้ยินผู้ใหญ่บอกต่อกันมาว่า หากต้องการให้หนวดยาวขึ้นควรจะโกนหนวดบ่อย ๆ ทั้งนี้ในความเป็นจริงหนวดจะยาวเร็วหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคนต่างหาก ฉะนั้นคนที่ใจร้อนอย่างจะเร่งให้หนวดยาวขึ้นไว ๆ แนะนำให้ใช้วิธีอื่นดีกว่า เพราะแค่โกนหนวดอย่างเดียวไม่ได้ผลอย่างที่คิดหรอก 

     4. ใช้ปากห้ามเลือด
 
        สาเหตุที่จำเป็นต้องแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เนื่องจากภายในช่องปากเต็มไปด้วยแบคทีเรียมากมายสะสมอยู่ โดยเฉพาะบริเวณลิ้น ดังนั้นในกรณีที่มีร่างกายเกิดบาดแผลไม่ควรใช้ปากห้ามเลือดหรือสัมผัสกับแผลโดยเด็ดขาด (เหมือนกับที่เราเคยเห็นกันในหนังส่วนใหญ่ไงล่ะ) เพราะแบคทีเรียในช่องปากอาจทำให้แผลเกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ ดังนั้นควรเปลี่ยนวิธีโดยการล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์ หรือน้ำสะอาดดีกว่า 

     5. ทานช็อกโกแลตทำให้เกิดสิว 
 
        หลากคำแนะนำและเคล็ดลับหน้าใสที่เห็นกันทั่วไป มักจะระบุว่าหากอยากมีใบหน้าที่เรียบเนียนใสไร้สิวควรจะงดการทานช็อกโกแลต ทำให้หลายคนปักใจเชื่อว่าช็อกโกแลตเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ทั้งที่จริงแล้วโกโก้ที่เป็นส่วนผสมหลักไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลยสักนิด แต่ตัวการที่แท้จริงคือนม น้ำตาล และสารประกอบอื่น ๆ ที่นำมาประกอบในการผลิตช็อกโกแลตต่างหาก


 
     6. ทานแอปเปิลปลอดภัยไร้โรค 
 
        จริงอยู่ที่แอปเปิลอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายที่ร่างกายต้องการ แต่ทั้งนี้ใช่ว่าการทานแอปเปิลเพียงอย่างเดียวจะทำให้ปลอดภัยจากโรคต่าง ๆ ได้ ฉะนั้นหากอยากมีสุขภาพแข็งแรงจริง ๆ ควรหันมาดูแลใส่ใจเรื่องอาหารการกิน หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ และนอนหลับให้เพียงพอ ดีกว่าการทานแอปเปิลเพียงอย่างเดียว 
 
     7. เตียงนอนสามารถรักษาอาการปวดหลังได้
 
        ถึงแม้เตียงนอนจะมีผลต่อกล้ามเนื้อและโครงสร้างของกระดูกสันหลัง แต่ไม่ได้หมายความว่าเตียงนอนที่ใช้กันอยู่ทั่วไปจะสามารถบรรเทาอาการปวดหลังให้ดีขึ้นได้ ดังนั้นควรหันไปใช้วิธีอื่น ๆ แทนดีกว่า เช่น กายภาพบำบัด บริหารด้วยท่าโยคะ หรือรักษาด้วยการใช้ยา เป็นต้น

     8. อาหารและขนมมีผลทำให้เด็ก ๆ นอนไม่หลับ
 
        คุณผู้ชายทั้งหลายที่มีลูกน้อย แล้วเคยยึดติดกับความเชื่อที่ว่าหากให้เด็กกินขนมหรืออาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมอยู่มากจะทำให้นอนไม่หลับ แท้จริงแล้วเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะความจริงแล้วน้ำตาลไม่ได้ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อการนอนแต่อย่างใด 



     9. แผลในปากสามารถติดต่อกันได้ 
 
        แผลที่เกิดขึ้นในปากรวมถึงแผลร้อนใน ไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดใดก็ตาม ทั้งบริเวณลิ้น ฟัน เหงือก เพดานปาก หรือกระพุ้งแก้ม ส่วนมากมักเกิดขึ้นจากการแพ้อาหาร ขาดสารอาหารบางชนิด และระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ เพราะฉะนั้นโรคที่เกิดขึ้นภายในช่องปากจึงไม่ใช่โรคติดต่อแต่อย่างใด หลังจากนี้สบายใจได้เลยว่าแฟนสาวจะไม่ติดโรคช่องปากอย่างแน่นอน 

     10. ใช้เข็มฉีดยาฉีดไปที่หัวใจโดยตรง 
 
        อาจจะเคยเห็นตัวละครในภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องกระตุ้นคนสลบด้วยการใช้เข็มฉีดยาฉีดลงไปที่หัวใจโดยตรง เพื่อให้พวกเขาฟื้นขึ้นมา ทั้งนี้บอกได้เลยว่าความคิดแบบนี้ไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิตจริง อีกทั้งยังไม่มีแพทย์คนใดปฏิบัติเช่นนี้กับคนไข้เลยแม้แต่คนเดียว รู้แบบนี้แล้วไม่ควรจะนำมาทำตามอย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้อื่น 
 
         หลังจากนี้ก่อนที่ปักใจเชื่อความคิดเห็นใด ๆ ควรจะใช้วิจารณญาณพิจารณาให้รอบคอบหรือศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเสียก่อนว่า สิ่งที่กล่าวมานั้นเป็นความจริงหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของตัวเองนะครับ


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
10 ความจริงของการดูแลสุขภาพที่อาจไม่เคยรู้มาก่อน อัปเดตล่าสุด 6 มีนาคม 2556 เวลา 13:59:23 903 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP