BNK48 กับ 10 เรื่องน่ารู้ที่จะทำให้คุณหลงรักและรู้จักเกิร์ลกรุ๊ปไอดอลวงนี้มากขึ้น

bnk48

          BNK48 วงเกิร์ลกรุ๊ปไอดอลวัยใส กับ 10 เรื่องน่ารู้ที่จะทำให้คุณรู้จักพวกเธอมากขึ้น จนอยากจะผันตัวไปเป็นโอตะ

          ชั่วโมงนี้คงไม่มีเกิร์ลกรุ๊ปไหนมาแรงไปกว่าวง BNK48 (บีเอ็นเคโฟร์ตีเอต) เจ้าของเพลงฮิต คุกกี้เสี่ยงทาย อีกแล้ว เรียกว่าร้องตามและเต้นตามกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง แถมไปออกงานโชว์ที่ไหนก็มีเหล่าบรรดาแฟนคลับติดตามไปให้กำลังใจกันจนล้นห้าง ถือเป็นการปลุกกระแสไอดอลให้กลับมาบูมอีกครั้งเลยก็ว่าได้

bnk48

          แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จักวง BNK48 หรือยังไม่เข้าใจวัฒนธรรมต่าง ๆ ของวงนี้ดีพอ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวม 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ BNK48 มาให้ทุกคนได้ลองอ่านกัน รับรองว่าคุณจะรู้จักวงเกิร์ลกรุ๊ปไอดอลนี้มากขึ้นแน่นอน มีอะไรบ้างมาดูกันเลยครับ

1. ทำไมต้องชื่อ BNK48

          BNK48 เป็นวงน้องสาวที่ได้แฟรนไชส์โมเดลมาจาก AKB48 วงเกิร์ลกรุ๊ปไอดอลชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งวงน้องจะต้องตั้งชื่อตามวงต้นฉบับ แล้วต้องถือกฎระเบียบและธรรมเนียมต่าง ๆ ตามวงพี่ด้วย (บางข้อมีการปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมไทย) โดยตัวอักษร AKB ของวงพี่มีที่มาจาก เมืองอากิฮาบาระ (Akihabara) ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งหลักของเธียเตอร์หรือโรงละครของวง ส่วนเลข 48 มาจากชื่อ ชิบะ โคทาโร่ (ชิ = 4) (บะ = 8) ประธานบริษัท Office 48 เลยจับรวมกันเป็น AKB48 ส่วน BNK48 ก็มีที่มาจาก Bangkok หรือ กรุงเทพมหานคร นั่นเอง

bnk48

2. มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

          คนที่จะมาเป็นเมมเบอร์ (Member) หรือสมาชิกของวงเกิร์ลกรุ๊ปไอดอลนี้ ไม่จำเป็นจะต้องสวยเซ็กซี่ดีกรีนางงามนางแบบ หรือมีเทคนิคพลังเสียงร้องขั้นเทพ เพราะนั่นไม่ใช่เอกลักษณ์หรือจุดขายของ 48 Group ! จุดขายจริง ๆ คือ การพัฒนาของตัวเมมเบอร์ ที่ทำให้แฟนคลับรู้สึกผูกพันเหมือนได้เติบโตไปพร้อม ๆ กัน และการเป็นไอดอลที่เข้าถึงได้ง่าย ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นเหล่าโอตะคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่  และรู้สึกยินดีทุกครั้งที่ได้เห็นเมมเบอร์ทุกคนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น

bnk48

3. ไม่ได้มีสมาชิก 48 คน

          อย่างที่บอกว่าเลข 48 มาจากชื่อของประธานบริษัท ไม่ได้มาจากจำนวนของเมมเบอร์ในวง โดยในการออดิชั่นครั้งแรกของ BNK48 มีผู้ผ่านการคัดเลือกด้วยกันทั้งสิ้น 29 คน รวมกับเมมเบอร์ 1 คนที่ย้ายมาจากวง ABK48 เป็น 30 คน หลังจากนั้นมีเมมเบอร์ที่ขอจบการศึกษา (ออกจากวง) ไปแล้ว 4 คน ทำให้ปัจจุบันเหลือเมมเบอร์ทั้งสิ้น 26 คน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการออดิชั่นเพิ่มเข้ามาอีกเรื่อย ๆ และในอนาคตอาจมียอดสมาชิกสูงถึงหลักร้อยเลยทีเดียว

bnk48

4. แต่ละเพลงจะมีสมาชิกไม่เหมือนกัน

          ในแต่ละซิงเกิลที่ปล่อยออกมาจะมี เซ็นบัตสึ (ผู้ที่ถูกเลือก) ให้มาโปรโมทเพลงนั้น ๆ ไม่เท่ากัน โดยส่วนใหญ่แต่ละซิงเกิลจะมีเซ็นบัตสึประมาณ 16 คน ซึ่งการคัดเลือกเซ็นบัตสึจะดูจากความเหมาะสม ความตั้งใจในการซ้อม ความป๊อปปูล่าร์ และพัฒนาการของตัวเมมเบอร์ ทำให้ทุกคนต้องทุ่มเทและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าใครเพอร์ฟอร์แมนซ์ดีก็มีโอกาสที่จะถูกคัดเลือกสูง ใครที่ไม่ติดเซ็นบัตสึก็ยังมีโอกาสพัฒนาและถูกคัดเลือกในซิงเกิลต่อไป ส่วนใครที่เป็นเซ็นบัตสึแล้วแต่ไม่พัฒนาต่อหรือไม่รักษาเพอร์ฟอร์แมนซ์ ก็มีโอกาสหลุดตัวจริงเพลงถัดไปได้ ด้วยเหตุนี้ในแต่ละเพลงจึงมีเมมเบอร์ร่วมร้องไม่เหมือนกัน

bnk48

5.  พบปะไอดอลได้ที่ ตู้ปลา และ เธียเตอร์

          วง BNK48 จะมี โรงละคร (Theater) และ ตู้ปลา (Digital live studio) ไว้สำหรับทำกิจกรรมหรือจัดแสดงโชว์ต่าง ๆ โดยตู้ปลาจะตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ซึ่งเมมเบอร์ทุกคนจะวนกันมาจัดกิจกรรมสนุก ๆ และถ่ายทอดสดให้เหล่าโอตะได้รับชมกัน ส่วนเธียร์เตอร์ของ BNK48 อยู่ระหว่างดำเนินการสร้าง หากเสร็จแล้วจะมีการจัดแสดงโชว์ทุกสัปดาห์ ใครสะดวกก็สามารถไปพบปะ ฝากของ ให้กำลังใจเมมเบอร์ที่ตู้ปลาหรือเธียเตอร์ได้

6. มีสื่อโซเชียลเป็นของตัวเองทุกคน

          โอตะคนไหนที่ไม่สะดวกไปพบปะไอดอลที่ตู้ปลา เธียเตอร์ หรือตามงานต่าง ๆ ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะเมมเบอร์ทุกคนจะมีแอคเคาท์โซเชียลต่าง ๆ แบบ Official เป็นของตัวเอง ซึ่งเมมเบอร์จะเป็นคนโพสต์เองตอบเองทั้งหมด โดยเหล่าโอตะสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและคอมเมนต์ให้กำลังใจผ่านสื่อโซเชียลเหล่านั้นได้เลย แต่ห้ามอินบ็อกซ์ไปหานะครับ เพราะเมมเบอร์จะไม่คุยกับแฟนคลับเป็นการส่วนตัว

bnk48

7. งานจับมือที่โอตะทุกคนตั้งตารอ

          ถือเป็นกิจกรรมที่เหล่าโอตะทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะได้จับมือ พร้อมสบตากับเมมเบอร์ในระยะใกล้ ๆ แล้ว ยังมีโอกาสได้พูดคุยให้กำลังใจซึ่งกันและกันด้วย โดยบัตรจับมือจะแถมมากับสินค้าของวง ใครอยากได้บัตรจับมือจะต้องซื้อสินค้าชิ้นนั้น ๆ ก่อน ซึ่งสามารถซื้อมากกว่า 1 ชิ้น เพื่อนำบัตรจับมือไปวนจับอีกครั้ง หรือจับกับเมมเบอร์หลาย ๆ คนได้

8. เซลฟี่ไม่ได้ แต่ส่งยิ้มทักทายกันได้

          กฎที่บอกว่าห้ามเซลฟี่หรือถูกเนื้อต้องตัวกับแฟนคลับ ไม่ได้มีแค่วง BNK48 เท่านั้น เพราะวงใน 48 Group จะต้องถือกฎเหล็กข้อนี้ทุกวง เนื่องจากเป็นข้อห้ามทางธุรกิจและเป็นลิขสิทธิ์ของทางบริษัท ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้และภาพลักษณ์ของวง แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้ห้ามถึงขนาดทักทายไม่ได้ ถ้าเจอเมมเบอร์นอกเวลางานก็สามารถโบกมือทักทาย ส่งยิ้มให้กันได้ แต่ก็อย่าไปรบกวนอะไรกันมาก เพราะนั่นถือเป็นเวลาพักผ่อนส่วนตัวของเหล่าเมมเบอร์

bnk48

9. ไม่ขึ้นโชว์ในสถานบันเทิง

          เพราะ BNK48 คือวงไอดอลที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนและคนทั่วไป ทางวงจึงมีกฎเหล็กชัดเจนว่าไม่ให้เมมเบอร์ทุกคนยุ่งเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอบายมุขทุกชนิด รวมถึงจะไม่รับงานแสดงโชว์ในสถานบันเทิงต่าง ๆ อีกด้วย

10. ห้ามมีแฟน ! คือสัญญาใจกับแฟนคลับ

          ความจริงแล้ว BNK48 ไม่ได้มีกฎห้ามเมมเบอร์มีแฟนแต่อย่างใด แต่มันเป็นเหมือนสัญญาใจที่มีให้กับแฟนคลับ ว่าจะไม่มีแฟนในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งไอดอลอยู่ เพื่อที่เมมเบอร์ทุกคนจะได้โฟกัสและทุ่มเทไปที่การแสดง การฝึกซ้อม และการพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ ตอบแทนแฟนคลับที่ยังคอยสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

bnk48

bnk48

bnk48

bnk48

bnk48

bnk48

bnk48
 
          เท่านี้ก็น่าจะทำให้ทุกคนรู้จักกับวง BNK48 กันมากขึ้นแล้วนะครับ หากใครรู้สึกชื่นชอบก็สามารถติดตามและให้กำลังใจพวกเธอกันได้ รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ

ภาพจาก : Instagram BNK48, เฟซบุ๊ก BNK48

BNK48 กับ 10 เรื่องน่ารู้ที่จะทำให้คุณหลงรักและรู้จักเกิร์ลกรุ๊ปไอดอลวงนี้มากขึ้น โพสต์เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 12:46:52 22,062 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: BNK48 กับ 10 เรื่องน่ารู้ที่จะทำให้คุณหลงรักและรู้จักเกิร์ลกรุ๊ปไอดอลวงนี้มากขึ้น ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP