
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
การปฏิเสธ จะว่าไปก็เปรียบเสมือนดาบสองคมที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ ดังนั้นจึงทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกลำบากใจหากต้องบอกปัดความช่วยเหลือที่คนอื่นหยิบยื่นมาให้ จนสุดท้ายจบลงด้วยการตอบรับแบบไม่เต็มใจ จนทำให้ตัวเองไม่มีความสุข ดังนั้นในวันนี้เราก็เลยนำวิธีการพูดปฏิเสธมาฝากหนุ่มขี้เกรงใจและขี้อายมาฝากกันครับ
สาเหตุหลักที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าตอบปฏิเสธนั้นเนื่องมาจากส่วนตัวอาจเป็นคนมีนิสัยขี้เกรงใจหรือกลัวว่าจะโดนผู้อื่นตำหนิ ทั้งที่ในความเป็นจริงก่อนคิดถึงคนอื่นควรถามความรู้สึกตัวเองเสียก่อน หากไม่มีความสุขกับสิ่งที่ผู้อื่นขอให้เราทำก็มีสิทธิ์ปฏิเสธ ดีกว่าฝืนทำไปด้วยความกลัว เพราะนั่นเท่ากับเป็นการทำร้ายตัวเองทางอ้อม ซึ่งนอกจากต้องทนอยู่กับภาวะกดดันและความตึงเครียดแล้ว อาจทำให้บางคนถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับกินกันเลยทีเดียว

การปฏิเสธอาจจะยากสำหรับบางคนโดยเฉพาะเรื่องงาน แต่อยากให้จำเอาไว้อย่างหนึ่งว่า บางครั้งการตอบรับสามารถทำให้คนอื่นผิดหวังได้เช่นเดียวกัน อย่างเช่น ในกรณีที่เรามีงานล้นมือแต่กลับเสนอตัวช่วยงานอื่น ๆ หากไม่สามารถจัดการทั้งหมดได้ทันตามกำหนด นอกจากจะทำให้งานล่าช้าลงแล้ว ยังทำให้เจ้านายและผู้ร่วมงานลดความน่าเชื่อถือในตัวคุณลงด้วย เพราะฉะนั้นก่อนตกลงอะไรกับใครควรคิดพิจารณาให้ดีเสียก่อนว่าทำได้อย่างที่ปากว่าหรือไม่

ทุกอย่างในชีวิตเราใช่ว่าจะมีแค่ทางเลือกเดียว ซึ่งรวมไปถึงการปฏิเสธคำเชิญชวนหรือสิ่งต่าง ๆ ใช่ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะแย่เสมอไป เพราะบางครั้งการพูดว่า "ไม่" เป็นการปิดโอกาสให้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็จริง แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นก็ได้ ซึ่งตอนนี้อย่างน้อยก็ได้ทำตามความรู้สึกของตัวเองไปแล้วล่ะ

ก่อนตอบตกลงข้อเสนอที่ผู้อื่นหยิบยื่นมาให้เพราะความเกรงใจ ลองคิดทบทวนอีกสักรอบและเปรียบเทียบถึงข้อดีข้อเสียของสิ่งนั้นดูเสียก่อน ส่วนในกรณีที่อีกฝ่ายต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ อาจจะจัดแบ่งเวลาบางส่วนให้กับพวกเขา โดยการแนะนำหรือให้คำปรึกษาเท่าที่จะทำได้ นอกจากจะได้ช่วยเหลือผู้อื่นแล้ว ยังทำให้ตัวเองสบายใจขึ้นอีกด้วย

การพูดปฏิเสธไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลย เพราะเป็นเพียงการทำความต้องการของความรู้สึกตัวเองเท่านั้น ทว่าก็อาจทำให้ผู้อื่นรู้สึกเคืองอยู่บ้างหากน้ำเสียงที่ใช้แข็งกระด้างและทำให้คนฟังรู้สึกไม่ดี ในทางตรงกันข้ามหากใช้คำพูดอ่อนโยนเกินไปการปฏิเสธอาจจะไม่มีผลใด ๆ ฉะนั้นควรปรับน้ำเสียงให้เหมาะสมให้เข้ากับสถานการณ์ พูดให้ชัดเจนไม่กำกวม หรือทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดจะดีที่สุด

คำปฏิเสธของเราจะดูหนักแน่น น่าเชื่อถือ และทำให้อีกฝ่ายยอมรับมากขึ้น หากอธิบายเหตุผลไปพร้อมกันด้วย เช่น ช่วยทำให้ไม่ได้จริง ๆ เพราะงานยุ่งจนไม่มีเวลาเพียงพอให้กับโปรเจคท์นี้ หรือไม่แน่ใจว่าจะสามารถส่งได้ตามกำหนด เป็นต้น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้ตัวเองเสียหน้าหรือทำให้คนอื่นเสียใจ เพราะเป็นความจริงที่เกิดขึ้น และเรามีเหตุผลไม่ใช่พูดขึ้นมาลอย ๆ เพราะความขี้เกียจ

เมื่อตัดสินใจปฏิเสธฝ่ายตรงข้ามไปแล้วไม่ควรกลับคำหรือเปลี่ยนใจหลาย ๆ รอบ เพราะอาจทำให้คนอื่นสับสนกับคำตอบ หรือคิดได้ว่าเราไม่ยอมช่วยเหลือ ทั้งที่จริงแล้วสามารถทำได้ นอกจากนี้เป็นการลดความน่าเชื่อถือ และเท่ากับว่าไม่เคารพการตัดสินใจของตัวเองด้วย เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจควรจะคิดและไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน หากปฏิเสธไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจอะไรอีก ยึดความรู้สึกของตัวเองเป็นหลักก็พอ
คราวนี้คงทำให้หนุ่มขี้เกรงใจ ปฏิเสธใครไม่เป็นทราบแล้วว่า อันที่จริงการตอบปฏิเสธไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรหากเรามีเหตุผลมาสนับสนุนเพียงพอ เพียงแต่ต้องรู้จักใช้ศิลปะในการพูดสักนิด อาศัยเทคนิดหน่อย ๆ เอาเป็นว่าต่อจากนี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องกลัวที่จะทำความต้องการของตัวเองอีกต่อไปแล้วนะครับ





