x close

อยากเป็นตำรวจต้องทำยังไง เรียนสายไหน และต้องรู้อะไรบ้าง ? มาดูกัน

          อยากเป็นตำรวจต้องทำยังไง เรียนสายไหน และรู้อะไรบ้าง วันนี้เราจะมาไขคำตอบให้สำหรับคนที่อยากเป็นตำรวจ ทั้งชั้นประทวนและชั้นสัญญาบัตร
ตำรวจ

          ตำรวจ ถือเป็นอาชีพในฝันของใครหลายคน เพราะนอกจากจะได้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่มีโอกาสดูแลประชาชนอย่างมีเกียรติแล้ว ยังเป็นการรับราชการที่มีเงินเดือนและสวัสดิการมั่นคงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การสมัครเข้าเป็นตำรวจนั้นมีหลายวิธี รวมถึงมีหน่วยมากมายให้เลือกสมัคร และสำหรับคนที่อยากรู้ว่า อยากเป็นตำรวจต้องทำยังไง วันนี้กระปุกดอทคอม มีคำตอบในเรื่องนี้มาฝาก

อยากเป็นตำรวจต้องทำยังไง ?

          ถ้าพูดถึงอาชีพตำรวจ หลายคนคงคุ้นเคยภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งนครบาลและภูธรซึ่งประจำอยู่ตามสถานีตำรวจทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งประเทศไทย ยังถูกแบ่งออกเป็นหน่วยงานต่าง ๆ  อีกมากมาย มีทั้งตำรวจน้ำ ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และยังแบ่งออกเป็นสายต่าง ๆ ทำให้การสมัครเข้าเป็นตำรวจมักมีวิธีแบบเฉพาะเจาะจง โดยสามารถแบ่งการสมัครออกเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทนักเรียน และ ประเภทบุคคลทั่วไป โดยจะขอเริ่มอธิบายจากประเภทนักเรียนก่อน

การสมัครเข้าเป็นตำรวจ ประเภทนักเรียน
(มัธยมศึกษาปีที่ 4)

1. โรงเรียนเตรียมทหาร เหล่าตำรวจ

          การสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เพื่อเลือกเรียนต่อที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ถือเป็นโอกาสแรกสำหรับคนที่อยากจะทำอาชีพนี้ โดยผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติ ต้องเป็นเพศชายเท่านั้น เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า และต้องจบจากสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ รวมถึงมีอายุอยู่ระหว่าง 16 - 18 ปีบริบูรณ์
 

          วิธีนี้จะแบ่งการคัดเลือกเป็น 2 รอบด้วยกัน รอบแรกคือการสอบภาควิชาการ ได้แก่วิชาหลักอย่าง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย โดยคนที่สอบผ่านจะมีโอกาสได้สอบสัมภาษณ์ และทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายต่อไป ก่อนจะคัดเลือกให้เหลือตามจำนวนที่ต้องการในแต่ละปี ส่วนใหญ่แล้วจะมีผู้สมัครหลักหมื่นคนและรับเพียงหลักร้อยคนเท่านั้น คนที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารตามหลักสูตร 2 ปี และเรียนต่อที่โรงเรียนนายน้อยตำรวจอีก 2 ปี เมื่อเรียนจบปีที่ 4 จะได้รับการแต่งตั้งยศ ร้อยตำรวจตรี และถูกบรรจุเข้าทำงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

2. โรงเรียนเตรียมทหาร เหล่าตำรวจน้ำ

          สำหรับคนที่อยากเป็นตำรวจน้ำ ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยตามแหล่งน้ำขนาดใหญ่ แม่น้ำ ไปจนถึงทะเลและชายฝั่ง สามารถสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งใช้คุณสมบัติและวิธีคัดเลือกเดียวกันกับเหล่าตำรวจ ต่างกันตรงที่นักเรียนนายร้อยตำรวจน้ำจะเรียนในโรงเรียนเตรียมทหาร 2 ปี และไปเรียนต่อที่โรงเรียนนายเรืออีก 2 ปี ตามหลักสูตรเฉพาะของตัวเอง ซึ่งผู้ที่จบมาจะได้รับการบรรจุเข้าให้เป็นตำรวจน้ำ ชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรี

การสมัครและสอบเข้าเป็นตำรวจ ประเภทนักเรียน
(มัธยมศึกษาปีที่ 6, ปวช. และ ปวส.)

          การสมัครเข้าเป็นตำรวจของประเภทนักเรียนแบบต่อมา เหมาะกับคนที่อยากเป็นตำรวจ และเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ชายและหญิง ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน รวมถึงต้องเรียนจบตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6, ปวช. หรือ ปวส. โดยแบ่งออกเป็นหน่วยงานต่าง  ๆ ดังนี้

1. โรงเรียนนายสิบตำรวจ

          การสมัครเข้าเป็นตำรวจ ผ่านโรงเรียนนายสิบตำรวจ ผู้สมัครจะเป็นทั้งเพศชายและหญิงก็ได้ แต่ต้องมีอายุอยู่ระหว่าง 18-27 ปี และสถานะโสด โดยผู้ชายต้องสูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร และผู้หญิงต้องสูงไม่ต่ำกว่า 150 เซนติเมตร ผู้สมัครทุกคน จะต้องสมัครผ่านหน่วยงานที่ต้องการบรรจุโดยตรง จากนั้นคนที่ผ่านการทดสอบ จะได้เรียนตามหลักสูตร เป็นเวลา 1 ปี ก่อนถูกแต่งตั้งเป็นสิบตำรวจตรี โดยบรรจุเข้าทำงานตามหน่วยงานที่เลือกเข้าไว้ สำหรับคนที่อายุยังไม่เกิน 25 จะมีสิทธิสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจด้วย

2. โรงเรียนชุมพลทหารเรือ ตำรวจน้ำ

          ตำรวจน้ำ สามารถสมัครเข้าผ่านโรงเรียนชุมพลทหารเรือ โดยผู้สมัครต้องมีระหว่าง 17 - 20 ปี เป็นเพศชายเท่านั้น และเปิดให้บุคคลพลเรือนมีสิทธิสมัครสอบ โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องเรียนต่อตามหลักสูตรเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะถูกแต่งตั้งยศสิบตำรวจตรี เข้าทำงานหน่วยตำรวจน้ำ รวมถึงมีสิทธิสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจด้วย ถ้ามีอายุไม่เกิน 25 ปี
ตำรวจ

การสมัครและสอบเข้าเป็นตำรวจ
ประเภทบุคคลภายนอก

ปริญญาตรี

         นอกจากการรับสมัครในระดับนักเรียนแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังเปิดให้มีช่องทางสมัครสำหรับบุคคลทั่วไป ที่รู้ตัวว่าอยากเข้าทำงานสายนี้ โดยบางปีจะเปิดรับคนที่เรียนจบ ปริญญาตรีสายสังคมศาสตร์ เช่น สาขานิติศาสตร์, รัฐศาสตร์, รัฐประศาสนศาสตร์, สังคมศาสตร์, ภูมิศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, นิเทศศาสตร์, โบราณคดี, ปรัชญา, จิตวิทยา ,พัฒนาชุมชน และมีหลายสาขา สามารถสมัครเข้าบรรจุเป็นตำรวจชั้นประทวนได้ด้วย

          ในส่วนของสายอำนวยการหน่วย เช่น ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พิสูจน์หลักฐาน รวมถึงหน่วยอื่น ๆ จะมีการรับสมัครกำลังพลแบบรายปีเช่นกัน ซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ต่อไปนี้

กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

          เปิดรับบุคคลที่มีอายุระหว่าง 18-35 ปี มาสอบคัดเลือกเป็นตำรวจชั้นประทวน และครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โดยคนที่สอบผ่านจะถูกบรรจุแต่งตั้งเป็นสิบตำรวจตรี และจะมีสิทธิสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รับทั้งเพศหญิงและเพศชาย

สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน

          หน่วยนี้เปิดรับบุคคลสอบเข้าบรรจุในตำแหน่งตำรวจชั้นสัญญาบัตร และนักวิทยาศาสตร์ โดยผู้สมัครต้องมีอายุระหว่าง  18-35 ปี รวมถึงจบการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาเคมี ฟิสิกส์ และจุลชีววิทยา คนที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการแต่งตั้งเป็นร้อยตำรวจตรี

กองเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

          คนที่สนใจสมัครเข้ากองเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ต้องเป็นผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-35 ปี เรียนจบด้านวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมโทรคมนาคม หรือวิศวกรรมด้านอื่น ๆ หลังจากสอบได้จะถูกบรรจุแต่งตั้งเป็นร้อยตำรวจตรี

กองดุริยางค์ตำรวจ

          ผู้สมัครจะต้องเป็นบุคคลที่มีอายุระหว่าง 18-35 ปี มีความรู้ความสามารถด้านดนตรี ดุริยางค์ไทยหรือสากล เมื่อสอบผ่านจะได้รับยศสิบตำรวจตรี ถ้ารับราชการครบ 1 ปี จะมีสิทธิสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย
 

          นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของกองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง กองโยธา กองต่างประเทศ ซึ่งจะเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปที่เรียนจบปริญญาตรี ในสาขาที่เกี่ยวข้อง มาเป็นตำรวจชั้นประทวนและชั้นสัญญาบัตร โดยจำนวนการรับสมัครในแต่ละปี จะมากน้อยแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับงบประมาณและตำแหน่งที่ว่าง

ตำรวจ

อยากเป็นตำรวจต้องเรียนคณะอะไร ?

          นอกจากโรงเรียนนายสิบและโรงเรียนนายร้อยแล้ว หลักสูตรการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับงานตำรวจโดยตรง ยังถูกเพิ่มเข้ามาในระดับมหาวิทยาลัย โดยคนที่เรียนจบมา สามารถนำวุฒิไปสอบเทียบเป็นตำรวจได้โดยตรง มาดูกันว่า ปัจจุบันมีหลักสูตรตำรวจด้านไหนให้เรียนในกันบ้าง

หลักสูตรปริญญาตรี

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

  • คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาการบริหารงานตำรวจ
     

มหาวิทยาลัยทักษิณ (วิทยาเขตสงชลา)

  • หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาการบริการงานตำรวจและกระบวนการยุติธรรม

หลักสูตรปริญญาโท

มหาวิทยาลัยบูรพา

  • คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ สาขาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม
     

มหาวิทยาลัยรังสิต

  • สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม

หลักสูตรระดับปริญญาเอก

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  • คณะนิติศาสตร์ สาขาการบริการงานยุติธรรม

ตำรวจเงินเดือนเท่าไร มีสวัสดิการอะไรให้บ้าง ?

          เงินเดือนของตำรวจถูกกำหนดเอาไว้ในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 โดยแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ ป.1 จนถึง ส.5 ซึ่งแต่ละระดับขั้นจะมีฐานเงินเดือนแตกต่างกันยังไง มาดูกัน
 

          เริ่มจากตำรวจชั้นประทวนที่มียศต่ำกว่าจ่าสิบตำรวจ จะได้รับเงินเดือน ป.1 คือ 4,570 - 21,480 ส่วนคนที่ติดยศเป็น จ่าสิบตำรวจ หรือ จ่าสิบตำรวจ (พิเศษ ) จะได้รับเงินเดือนขั้น ป.2 คือเริ่มที่ 7,140 - 29,690 บาท และหากเลื่อนขั้นขึ้นสู่ยศสูงสุดของตำรวจในระดับประทวนอย่าง ดาบตำรวจ จะถูกปรับเงินเดือนเป็น ป.3 โดยได้รับเริ่มต้นที่ 10,350 บาท รับสูงสุด 38,750 บาท

          ในส่วนของตำรวจชั้นสัญญาบัตร ฐานเงินเดือนจะแบ่งออกเป็น 5 ขั้นด้วยกันคือ
 

  • ตำรวจยศร้อยตำรวจตรี ไปจนถึง ยศร้อยตำรวจเอก จะได้รับเงินใน ส.1  คือ 6,470 บาท รับสูงสุดที่  38,750 บาท
     
  • ยศพันตำรวจตรี จะได้รับเงินเดือน ส.2 คือ  13,160 บาท รับสูงสุด  38,750 บาท
     
  • ยศพันตำรวจโท จะได้รับเงินเดือน ส.3 คือ  16,190 บาท รับสูงสุด  54,820 บาท
     
  • ยศพันตำรวจเอก จะได้รับเงินเดือน ส.4 คือ 19,860 บาท รับสูงสุด 58,390 บาท
     
  • ยศพันตำรวจเอก (พิเศษ) จะได้รับเงินเดือน ส.5 คือ 24,400 - 69,040 บาท
     

          อย่างไรก็ตามเงินเดือนที่กล่าวมาทั้งหมด ยังไม่นับ เงินประจำตำแหน่งของสายงาน ปราบปราม, สืบสวน และจราจร อีกประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป เงินรางวัลค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน (เฉพาะสายงานจราจร) นอกจากนี้ ยังมีเงินเบี้ยเลี้ยง และรางวัลนำจับ รวมถึงมีการปรับพิจารณาปรับขั้นเงินเดือนปีละ 2 ครั้ง

ตำรวจ

prachayanee cheurkamleur/shutterstock.com

          ส่วนสวัสดิการของคนที่รับราชการตำรวจ ซึ่งมียศตั้งแต่นายสิบตำรวจขึ้นไป เรียกว่ามีการดูแลและสนับสนุนในหลาย ๆ ด้าน ประกอบไปด้วย
 

  • มีอาคารบ้านพักของราชการ กรณีไม่มีบ้านพัก สามารถเบิกค่าเช่าที่พักได้
     
  • ค่าตัดเครื่องแบบ จำนวน 2,000
     
  • เบิกค่าเล่าเรียนบุตร-ธิดาได้ 3 คน จนกระทั่งมีอายุครบ 25 ปี
     
  • สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลพ่อ-แม่ ภรรยาและลูก
     
  • เบี้ยเลี้ยงค่าเดินทางไปราชการทั้งในและนอกประเทศ
     
  • เงินเพิ่มพิเศษตามตำแหน่งงาน และค่าล่วงเวลา
     
  • สวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย
     
  • สวัสดิการเงินกู้กองกลาง ตร.
     
  • สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ
     
  • เงินและกองทุนบำเหน็จบำนาญ
     
  • เงินช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่
     
  • ลาพักผ่อนได้สูงสุด 30 วัน ลากิจได้ 45 วัน ลาอุปสมบทได้ 120 วัน และลาศึกษาต่อได้ 4 ปี (ได้รับเงินเดือน)


          ทั้งหมดคือข้อมูลคร่าว ๆ สำหรับคนที่สนใจอยากสมัครหรือสอบเข้าเป็นข้าราชการตำรวจ ทั้งชั้นประทวนและสัญญาบัตร อย่างไรก็ตาม การรับสมัครแต่ละครั้งมักถูกประกาศโดยหน่วยงานรัฐ ซึ่งอาจกระจายข่าวได้ไม่ทั่วถึง ทางที่ดีแนะนำว่าติดตามเว็บไซต์ royalthaipolice.go.th เอาไว้เลยดีกว่าครับ รับรองว่าไม่พลาดข่าวการสอบต่าง ๆ  แน่นอน
 

ขอบคุณข้อมูลจาก : royalthaipolice.go.th, admissionpremium.com, thaicadet.org, gurupoliceacademy.com, sordd.com, nine100.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
อยากเป็นตำรวจต้องทำยังไง เรียนสายไหน และต้องรู้อะไรบ้าง ? มาดูกัน โพสต์เมื่อ 27 สิงหาคม 2564 เวลา 18:10:57 7,511 อ่าน
TOP