x close

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ประวัตินักแสดงลูกครึ่งสายฮา กับชีวิตจริงที่ไม่ตลก

          รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ประวัตินักแสดงลูกครึ่งผิวสี คาแรกเตอร์โดดเด่น ที่สร้างความสุขให้คนไทยจากผลงานในวงการมากมาย แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ตามมาเจาะชีวิต รัศมีแข กับแง่มุมที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้กัน
รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae

          ด้วยจุดเด่นทั้งรูปลักษณ์ คาแรกเตอร์ และความสามารถ ทำให้นักแสดงสายฮาอย่าง “หมีแข” หรือ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น เป็นอีกหนึ่งดาวเด่นผู้สร้างรอยยิ้มและเป็นที่รักของแฟน ๆ รวมไปถึงเพื่อนร่วมวงการอีกมากมาย แม้ทุกวันนี้ดูเหมือนชีวิตของรัศมีแขจะลงตัว ทั้งหน้าที่การงานและความรักสุดแฮปปี้ แต่เส้นทางกว่าจะมายืนอยู่ในจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเขาต้องเผชิญทั้งปัญหาครอบครัว การบูลลี่ เหยียดเพศ นักแสดงผิวสีคนนี้ผ่านมาได้อย่างไร จึงก้าวมายืนหยัดในความเป็นตัวเองและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างดี ตามไปรู้จักเบื้องหลังชีวิตที่ไม่ได้มีแต่รอยยิ้มของ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น กันเลยครับ

1. ประวัติ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น

          รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น เป็นลูกครึ่งไทย-แอฟริกัน-เซเนกัล มีชื่อจริงตามพาสปอร์ตว่า เจมส์ ฟอเกอร์ลุนด์ฟ ชื่อเดิม อัครพงษ์ วงศ์อินทร์ และมีชื่อเล่นในวงการว่า แข รัศมีแข หรือ แจ่ม เกิดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2529 ที่จังหวัดภูเก็ต แต่เนื่องจากคุณแม่แต่งงานใหม่และต้องย้ายไปที่สวีเดน รัศมีแขจึงถูกส่งไปอยู่กับพี่เลี้ยงที่จังหวัดเชียงราย จนกระทั่งอายุได้ราว 10 ขวบ ก็ได้ย้ายไปอยู่กับครอบครัวใหม่ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และศึกษาที่โรงเรียน Nyboda School โดยที่รัศมีแขไม่เคยเจอหน้าคุณพ่อเลย และไม่ค่อยสนิทกับคุณแม่และคุณพ่อบุญธรรมสักเท่าไร

รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae

รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae

2. ชีวิตในวัยเด็กสุดดาร์ก ของ รัศมีแข

          ชีวิตวัยเยาว์ของรัศมีแขอาจแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ เพราะไม่เพียงแต่ไม่ได้รับความรักอย่างเต็มที่จากครอบครัวเท่านั้น แต่ในช่วงที่รัศมีแขต้องอยู่กับพี่เลี้ยงที่จังหวัดเชียงราย ยังผ่านการเลี้ยงดูที่โดนทำร้ายร่างกายและจิตใจตั้งแต่เด็ก ทั้งบังคับไม่ให้ไปไหน ทั้งโดนตีและถูกเอาเข็มขัดฟาดศีรษะแบบไม่มีเหตุผล ซึ่งรัศมีแขก็เล่าให้คุณแม่ฟัง จนกระทั่งได้ย้ายไปอยู่สวีเดนด้วยกัน
รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae

          ไม่เพียงแต่เรื่องราวความดราม่าในครอบครัวเท่านั้น ความเป็นลูกครึ่งของเขายังทำให้ชีวิตในวัยเด็กทั้งสมัยเรียนที่ประเทศไทยและสวีเดน มักจะถูกเหยียดสีผิวและเพศไปพร้อม ๆ กัน โดยเขาเคยเปิดเผยว่าคนไทยจะล้อเลียนเรื่องรูปร่าง หน้าตา ใช้คำว่าขวานฟ้าหน้าดำบ้าง ข้าวนอกนาบ้าง ส่วนสวีเดนจะหนักไปทางเชื้อชาติ และพอก้าวเข้าสู่วัยรุ่นก็จะแซวเรื่องเพศ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผ่านมาได้ก็คือการตั้งสติ รักตัวเอง ไม่เสพอะไรที่ทำให้เป็นทุกข์ ดังนั้นถึงจะถูกล้อแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้ มิหนำซ้ำ รัศมีแขยังได้เรียนรู้จากคำดูถูกเหล่านี้ด้วยว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือรู้จักตัวเองและภูมิใจอย่างที่ตัวเองเป็น”
รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae

3. จุดพลิกผันที่ทำให้ได้เข้าวงการบันเทิง

          หลังจากเรียนจบด้านการโรงแรมที่ประเทศสวีเดน รัศมีแขได้ไปสมัครงานที่บริษัทเมคอัพสโตร์ และมีโอกาสบินมาทำงานที่เมืองไทย เมื่อกลับสวีเดนก็ไปสมัครเป็นตัวแทนขายตั๋วเครื่องบิน และใช้เวลาว่างรับจ้างเป็นพิธีกรตามงานต่าง ๆ อยู่เสมอ กระทั่งมีโอกาสเป็นไกด์นำเที่ยวให้ แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยคาแรกเตอร์ที่โดดเด่น นักแสดงหนุ่มชื่อดังจึงเอ่ยปากชวนให้กลับมาทำงานที่เมืองไทย แม้จะมีป๋าดันเป็นซุปตาร์รุ่นใหญ่ แต่รัศมีแขกลับตัดสินใจเขียนเรซูเม่ เดินเข้าไปสมัครงานที่ตึกแกรมมี่ด้วยตัวเอง ตามเจตนารมณ์ว่า “อยากเป็นดารา” ก่อนที่จะบังเอิญเจอกับคุณฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ซึ่งเห็นแววและมอบงานพิธีกรรายการ สน. Hollywood ให้เป็นผลงานชิ้นแรก ตามด้วย Club Friday To be Continued ตอน มิ้นต์กับมิว
รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae, therayphoto

4. รัศมีแข กับผลงานอันโดดเด่น

          เมื่อได้ชิมลางงานในวงการบันเทิงไปบ้างแล้ว รัศมีแขก็ได้แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการจากผลงานซีรีส์ Club Friday To Be Continued ตอน เพื่อนรัก เพื่อนร้าย ในบท “เอ็นจอย” จากบทบาทเล็ก ๆ แต่ด้วยบุคลิกที่แหวกแนว ทำให้รัศมีแขสามารถขโมยซีนจนโด่งดังในพริบตา ! ส่งผลให้มีผลงานตามมาอีกมากมาย อาทิ ยุทธการปราบนางมาร สงครามนักปั้น ใบไม้ที่ปลิดปลิว รวมไปถึงการถ่ายแบบ เดินแบบ และปัจจุบันยังเป็นหนึ่งในพิธีกรรายการ Dress My Love ชุดนี้พี่จัดให้
รัศมีแข

ภาพจาก : tv.line.me

รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae

รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae

          แม้จะแจ้งเกิดในวงการบันเทิงได้ไม่นาน แต่รัศมีแขก็เป็นดาวรุ่งที่มีแฟน ๆ ชื่นชอบเป็นจำนวนมาก นั่นเพราะเห็นถึงการพัฒนาฝีมือบวกกับการวางตัวดี ทำให้เขาเป็นนักแสดงที่เป็นที่รักของผู้ชมและคนในวงการบันเทิงด้วย

5. รักแรกและรักเดียวของ รัศมีแข

          อีกมุมที่หลายคนอดอิจฉาไม่ได้ ต้องยกให้เรื่องความรักของ รัศมีแข กับ โจนาส สามีชาวสวีเดนที่อายุต่างกันถึง 13 ปี โดยทั้งคู่เจอกันในผับที่สวีเดน แต่พอแลกเบอร์กันก็หายไป 1 ปี กว่าจะวนกลับมาเจอกันและเริ่มคุยจริงจัง โดยตัวรัศมีแขนั้นไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ มองการณ์ไกล และมีความรับผิดชอบของโจนาส จึงนับเป็นข้อดีที่มัดใจได้อยู่หมัด จวบจนวันนี้เป็นระยะเวลากว่า 13 ปีแล้วที่ทั้งคู่ได้จับมือเคียงข้างและก้าวผ่านความรักระยะไกล จนได้ลั่นระฆังวิวาห์ไปเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ณ เมืองท่าติดทะเลสาบ ประเทศสวีเดน ทั้งนี้ รัศมีแข ยังเคยหยอดคำหวานไว้ว่า โจนาส นั้นเป็นรักแรกและจะเป็นรักเดียวและรักสุดท้ายตลอดไป
รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae

รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram kaykanaka, gunnerl

6. ความเป็น “นักกีฬา” อีกด้านที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

          เห็นเป็นนักแสดงมากความสามารถ และเป็นตัวแทนของ LGBTQ แบบนี้ ใครจะไปนึกว่ารัศมีแขจะเป็นคนที่รักการเล่นกีฬาแบบสุดตัว ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล แฮนด์บอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล วิ่งกระโดดสูง วิ่งกระโดดไกล วิ่งมาราธอน เขาก็เคยลองมาหมดแล้ว ก่อนจะสร้างความฮือฮาให้กับบรรดาแฟนคลับ กับการประกาศเข้าร่วมรายการ 10 Fight 10 ซีซั่น 2 ที่จะได้เห็นรัศมีแขในบทบาทนักชกบนสังเวียนมวยดารา ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อเดินหน้าแลกหมัดกับ เอ็กซ์ ธิตินันท์ อย่างดุเดือด ก่อนที่ครบ 3 ยก รัศมีแขจะเอาชนะคะแนนไปได้อย่างเอกฉันท์
รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae

รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae

รัศมีแข

ภาพจาก : Instagram rusameekae

          สำหรับ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่ง่าย ๆ ต้องผ่านความยากลำบากมาพอสมควร แต่ทุกเรื่องราวก็ได้บ่มเพาะเป็นประสบการณ์ชั้นเยี่ยม ที่ทำให้เขาสามารถยืนหยัดอยู่ด้วยรอยยิ้มและพร้อมแบ่งปันพลังงานบวกให้แก่ทุกคน เรียกได้ว่าน่าชื่นชมไม่น้อยเลยทีเดียว
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ประวัตินักแสดงลูกครึ่งสายฮา กับชีวิตจริงที่ไม่ตลก โพสต์เมื่อ 15 ธันวาคม 2563 เวลา 14:45:00 20,418 อ่าน
TOP