ลูกอัณฑะ กับ 9 เรื่องจริงที่ผู้ชายอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน

          เปิด 9 เรื่องจริงของลูกอัณฑะที่ผู้ชายหลายคนอาจยังไม่เคยรู้ มาทำความรู้จักลูกหมากหรือไข่ผู้ชายให้ดีขึ้นกันดีกว่า ยังมีอะไรอีกบ้างที่หนุ่ม ๆ ต้องทำความเข้าใจ
9 ความจริงของลูกอัณฑะ

          หากพูดถึงอวัยวะสำคัญที่ผู้ชายหวงแหนกันมากที่สุดนอกจากเจ้าน้องชายแล้วก็คือเจ้าอัณฑะนี่แหละ แต่ถึงแม้ว่าลูกอัณฑะจะอยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะรู้จักกับมันเป็นอย่างดีเสมอไป เพราะยังมีหลายอย่างที่ผู้ชายอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับเจ้าอัณฑะก็ได้ เช่น ทำไมลูกอัณฑะต้องห้อยอยู่ข้างนอก ทำไมถึงกระทบกระเทือนไม่ได้ ทำไมลูกอัณฑะสองข้างไม่เท่ากัน และอื่น ๆ อีกมากมายที่วันนี้เราจะชวนมาหาคำตอบกันกับ 9 ความจริงของเจ้าอัณฑะที่ท่านชายอาจยังไม่รู้มาก่อน

1. อัณฑะผลิตสเปิร์มได้วันละหลักร้อยล้านตัว

          ลูกอัณฑะของผู้ชายนั้นมีหน้าที่ผลิตสเปิร์มหรือเชื้ออสุจิสำหรับใช่ผสมกับไข่ในมดลูกของผู้หญิง ซึ่งมันสามารถผลิตสเปิร์มได้เป็นจำนวนมหาศาลมาก คือผลิตได้วินาทีละประมาณ 1,500 ตัว นาทีละประมาณ 90,000 ตัว ชั่วโมงละ 5.4 ล้านตัว และวันละ 130 ล้านตัว โดยในแต่ละครั้งของการหลั่งจะมีตัวสเปิร์มอยู่ในน้ำอสุจิราว ๆ 40-130 ล้านตัว แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่าถ้าหากไม่มีการหลั่งเลยแล้วอสุจิจะล้น เพราะสเปิร์มจะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายเอง หรือขับออกมาในรูปแบบของฝันเปียก

2. เหตุผลที่อัณฑะต้องอยู่นอกร่างกาย


          หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมอัณฑะของผู้ชายนั้นถึงต้องอยู่ข้างนอกร่างกายด้วย แถมยังเป็นจุดอ่อนสำคัญอีกต่างหาก นั่นก็เป็นเพราะว่าอัณฑะต้องการอุณหภูมิที่ต่ำกว่าในร่างกายประมาณ 3 องศาเซลเซียส เพื่อให้เหมาะสมสำหรับการผลิตตัวสเปิร์ม นอกจากนี้ถุงอัณฑะยังทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของลูกอัณฑะให้เหมาะสม ด้วยการหดตัวเพื่อเพิ่มความอบอุ่นเมื่อเจออากาศหนาว และเมื่อเจออากาศร้อนมันก็จะคลายตัวเพื่อให้ลูกอัณฑะห้อยออกมามากขึ้น
 9 ความจริงของลูกอัณฑะ

3. ทำไมลูกอัณฑะสองข้างห้อยไม่เท่ากัน

          ลูกอัณฑะข้างซ้ายของหลาย ๆ คนมักจะห้อยอยู่ต่ำกว่าข้างขวาเล็กน้อย ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่าง เพราะมันถูกสร้างมาให้ลูกอัณฑะทั้งสองข้างไม่สัมผัสกันโดยตรง เพื่อไม่มีให้การส่งผ่านอุณหภูมิจากอัณฑะลูกหนึ่งไปยังอีกลูกหนึ่ง ทำให้ร่างกายสามารถควบคุมอุณหภูมิของลูกอัณฑะข้างใดข้างหนึ่งได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การที่ลูกอัณฑะทั้งสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน เช่น ข้างขวาใหญ่กว่าข้างซ้าย ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเช่นกัน ก็เหมือนกับหน้าอกผู้หญิงบางคนที่สองข้างไม่เท่ากันนั่นแหละ

4. ทำไมมันช่างเปราะบางเหลือเกิน

          ลูกอัณฑะนั้นถือว่าเป็นอวัยวะที่อ่อนแอมาก ไม่ควรให้ได้รับการกระทบกระเทือนเพราะอาจส่งผลต่อการสร้างสเปิร์มได้ ด้วยเหตุนี้ธรรมชาติจึงสร้างมาให้ลูกอัณฑะมีเส้นประสาทอยู่มากมาย ทำให้เมื่อโดนกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อยคุณผู้ชายก็แสบสะท้านไปถึงทรวง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ชายใส่ใจที่จะปกป้องดูแลรักษะเจ้าอัณฑะน้อยกันมากขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ถุงอัณฑะเองก็ยังช่วยหดตัวเองเมื่อร่างกายรู้สึกว่าจะมีอันตรายอีกด้วย

9 ความจริงของลูกอัณฑะ

5. ถุงอัณฑะนั้นไวต่อความรู้สึกทางเพศ

          ถึงแม้ว่าลูกอัณฑะจะมีเส้นประสาทอยู่มากมาย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้มันไวต่อความรู้สึกทางเพศเลย ซึ่งเหตุผลแท้จริงที่ทำให้คุณผู้ชายทั่งหลายรู้สึกดีเมื่อถูกสัมผัสบริเวณนั้นก็เป็นเพราะว่าถุงอัณฑะต่างหากที่ไวต่อความรู้สึกทางเพศ แต่อย่างไรก็ตามการเล่นเล้าโลมถุงอัณฑะเพียงอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชายถึงจุดยอดได้ เพียงแค่ทำให้รู้สึกดีก็เท่านั้น

6. อัณฑะชอบกางเกงในหลวม ๆ มากกว่า

          เคยมีผลวิจัยออกมาแล้วว่า ถ้าหากผู้ชายสวมกางเกงในชนิดหลวม เช่น บ็อกเซอร์ จะทำให้สเปิร์มแข็งแรงกว่า 25% และมีจำนวนมากกว่า 17% เมื่อเทียบกับผู้ชายที่สวมกางเกงในแบบคับหรือพอดีตัว นั่นก็เป็นเพราะว่ากางเกงในหลวม ๆ จะช่วยให้มีพื้นที่เหลือให้ถุงอํณฑะยืดหรือคลายตัวเพื่อควบคุมอุณหภูมิของลูกอัณฑะได้ดีขึ้น

7. มะเร็งอัณฑะตรวจพบได้ช้า

          มะเร็งอัณฑะนั้นเป็นสิ่งที่สามารถตรวจพบได้ค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ เนื่องจากมันเป็นอวัยวะที่อยู่อย่างโดดเดียว ไม่ได้อยู่ติดกับอวัยวะใด ๆ และภายในถุงอัณฑะนั้นก็ค่อนข้างหลวม ทำให้เซลล์มะเร็งสามารถเติบโตดได้โดยที่ผู้ป่วยมักไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ ในระยะเริ่มต้น แต่ก็ยังมีข่าวดีคือมันเป็นมะเร็งที่มีโอกาสรักษาได้ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ผู้ชายทุกคนควรหมั่นตรวจเช็กลูกอัณฑะด้วยตัวเองบ่อย ๆ ด้วยการใช้มือสัมผัสรอบ ๆ ลูกอัณฑะทั้งสองข้างว่าพบก้อนเนื้อหรือตุ่มที่ผิดปกติหรือไม่

9 ความจริงของลูกอัณฑะ

8. ลูกอัณฑะตอนแรกนั้นอยู่ในท้อง

          เด็กผู้ชายเมื่อขณะอยู่ในครรภ์มารดา แรกเริ่มลูกอัณฑะจะอยุ่ในช่องท้อง แล้วจึงค่อยตกลงมาอยู่ในถุงอัณฑะเมื่อใกล้ถึงกำหนดคลอด แต่ก็อาจมีเด็กผู้ชายบางคนที่คลอดออกมาแล้วพบว่าลูกอัณฑะยังคงอยู่ในภายช่องท้อง ซึ่งมักพบในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด แต่โดยปกติแล้วลูกอัณฑะก็จะสามารถลงมาอยู่ในถุงอัณฑะได้เองหลังคลอดไม่เกิน 4 เดือนแรก แต่ถ้าหากลูกอัณฑะยังคงอยู่ในช่องท้องก็อาจต้องใช้วิธีรักษา เช่น การผ่าตัด

9. อาการปวดอัณฑะเมื่อเกิดอารมณ์แล้วไม่ได้ปลดปล่อย

          ท่านชายหลายคนอาจจะเคยประสบกับอาการปวดอัณฑะกันมาบ้างแล้ว โดยอาการนี้มักจะเกิดหลังจากมีอารมณ์ทางเพศแต่ไม่ได้ปลดปล่อยด้วยการหลั่ง ทำให้รู้สึกปวดลูกอัณฑะเล็กน้อย ซึ่งอาการมักไม่ได้รุนแรงแต่ก็ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว โดยสาเหตุของอาการดังกล่าวนั้นเกิดมาจากการที่เลือดมาหล่อเลี้ยงองชาติขณะเกิดอารมณ์ทางเพศนั้นได้หล่อเลี้ยงลูกอัณฑะไปด้วย ซึ่งลูกอัณฑะก็จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นด้วยเช่นกัน และหลังจากการหลั่งแล้วเลือดที่หล่อเลี้ยงอยู่ก็จะจางลง แต่ถ้าหากไม่ได้มีการหลั่งเลือดก็จะคั่งอยู่ยังงั้นสักระยะหนึ่ง ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด ต้องรอสักพักจึงจะหายได้เอง

ข้อมูลจาก health.com, manscaped.com
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ลูกอัณฑะ กับ 9 เรื่องจริงที่ผู้ชายอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน โพสต์เมื่อ 9 กรกฎาคม 2562 เวลา 10:07:31 18,800 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP