
แน่นอนว่าการที่จะลุกขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองสำหรับใครหลายคนนั้น มันเป็นเรื่องยากไม่น้อย เนื่องจากแต่ละคนก็มีอุปสรรคที่แตกต่างกันไป อย่างเช่นเรื่องราวของคุณตั๊กที่มีปัญหาอยู่ที่เป็นคนที่มีความสุขกับการกินมาก ๆ จนน้ำหนักพุ่งขึ้นรัว ๆ แต่ก็สามารถเปลี่ยนตัวเองจนดูดีได้สำเร็จ โดยเจ้าตัวได้แบ่งปันเรื่องราวบนเว็บไซต์พันทิปดอทคอมในชื่อกระทู้ว่า "แชร์ประสบการณ์ลดน้ำหนัก จาก 120 กก. เหลือแค่ 90 กก. ใน 6 เดือน" ซึ่งเขาเลือกใช้วิธีออกกำลังกายอย่างหนักควบคู่ไปกับการเลือกกินอาหารที่เหมาะสมด้วย ว่าแต่จะเป็นอย่างไรนั้น ก็ไปชมประสบการณ์การลดน้ำหนักของหนุ่มรายนี้กันเลยครับ
สวัสดีครับ ผมชื่อตั๊ก ขอออกตัวว่านี่เป็นกระทู้แรกของผม ถ้ามีผิดพลาดตรงไหนขอโทษไว้ก่อนเลยครับ ผมอยากมาแชร์ประสบการณ์ลดความอ้วนของผม ผมเคยอ่านมาแล้วหลายกระทู้ที่ห้องนี้ เลยอยากเขียนบันทึกไว้บ้างครับ
ผมไม่เคยผอมเลยครับ ตั้งแต่จำความได้ หุ่นประมาณนี้ตลอด ผมเป็นคนชอบกินครับ ยิ่งพอมาทำงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพ์ตลอดเวลาและไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรมาก แถมสิ่งที่ผมชอบทำเป็นประจำหลังเลิกงงานคือการกินหมูกระทะและบุฟเฟ่ต์ครับ ซึ่งเป็นของโปรดเลย น้ำหนักเลยทุบสถิติสูงสุดอยู่ที่ 120 กิโลกรัม ผมไม่เคยคิดจะลดนะครับ เพราะมีความสุขกับการกินมากครับ

รูปสมัยวัยละอ่อน
ช่วงแรกที่ผมหนัก 120 กิโลกรัม ก็ยังปกติดีครับ แต่หลัง ๆ ผมเริ่มรู้สึกเพลียง่าย ไม่สบายบ่อย เลยต้องไปหาหมอ ปรากฏว่าผมเป็นหลายโรคเลยล่ะ ทั้งโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน สาเหตุหลัก ๆ มาจากความอ้วนของผมนี่แหละครับ หมอให้ใบเตือนผมว่าต้องเริ่มลดน้ำหนักแล้วนะ ไม่งั้นแย่แน่

สงสัยต้องลดน้ำหนักจริง ๆ สินะ...
ผมเลยเริ่มหันมาออกกำลังกายกับกินคลีนครับ โดยไม่กินของทอดและของมัน เน้นกินแต่ผัก ซึ่งการกินคลีนนี่ไม่อร่อยเลย แต่ก็ต้องทนครับ จะอร่อยหรือจะตายช้า ๆ ต้องเลือกเอา ส่วนการออกกำลังกายผมแบ่งออกเป็นสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30-45 นาที ใช้วิธีเล่นเวทและเตะฟุตบอลกับเพื่อน โดยผมจัดตารางตามนี้
ก่อนเล่นเวทจะเบิร์นก่อนด้วยการปั่นจักรยานหรือวิ่งครั้งละ 15 นาที แล้วค่อยไปลุยเวทครับ
- วันจันทร์ เล่นแขน
- วันพุธ เล่นอก
- วันเสาร์ เตะบอล
ที่ผมต้องเล่นเวทเพราะผมไม่อยากย้วย เคยเห็นคนที่ลดน้ำหนักได้เยอะ แต่พอเปิดเสื้อมานี่อย่างย่นเลยครับ


ผมไม่เคยผอมเลยครับ ตั้งแต่จำความได้ หุ่นประมาณนี้ตลอด ผมเป็นคนชอบกินครับ ยิ่งพอมาทำงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพ์ตลอดเวลาและไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรมาก แถมสิ่งที่ผมชอบทำเป็นประจำหลังเลิกงงานคือการกินหมูกระทะและบุฟเฟ่ต์ครับ ซึ่งเป็นของโปรดเลย น้ำหนักเลยทุบสถิติสูงสุดอยู่ที่ 120 กิโลกรัม ผมไม่เคยคิดจะลดนะครับ เพราะมีความสุขกับการกินมากครับ

รูปสมัยวัยละอ่อน
พอมาทำงานตัวก็ขยายเรื่อย ๆ แต่ตอนนั้นยังไม่มีความคิดที่จะลดเลยครับ
ช่วงแรกที่ผมหนัก 120 กิโลกรัม ก็ยังปกติดีครับ แต่หลัง ๆ ผมเริ่มรู้สึกเพลียง่าย ไม่สบายบ่อย เลยต้องไปหาหมอ ปรากฏว่าผมเป็นหลายโรคเลยล่ะ ทั้งโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน สาเหตุหลัก ๆ มาจากความอ้วนของผมนี่แหละครับ หมอให้ใบเตือนผมว่าต้องเริ่มลดน้ำหนักแล้วนะ ไม่งั้นแย่แน่

สงสัยต้องลดน้ำหนักจริง ๆ สินะ...
ผมเลยเริ่มหันมาออกกำลังกายกับกินคลีนครับ โดยไม่กินของทอดและของมัน เน้นกินแต่ผัก ซึ่งการกินคลีนนี่ไม่อร่อยเลย แต่ก็ต้องทนครับ จะอร่อยหรือจะตายช้า ๆ ต้องเลือกเอา ส่วนการออกกำลังกายผมแบ่งออกเป็นสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30-45 นาที ใช้วิธีเล่นเวทและเตะฟุตบอลกับเพื่อน โดยผมจัดตารางตามนี้
ก่อนเล่นเวทจะเบิร์นก่อนด้วยการปั่นจักรยานหรือวิ่งครั้งละ 15 นาที แล้วค่อยไปลุยเวทครับ
- วันจันทร์ เล่นแขน
- วันพุธ เล่นอก
- วันเสาร์ เตะบอล
ที่ผมต้องเล่นเวทเพราะผมไม่อยากย้วย เคยเห็นคนที่ลดน้ำหนักได้เยอะ แต่พอเปิดเสื้อมานี่อย่างย่นเลยครับ


ผ่านไป 6 เดือน ผมลดได้จาก 120 กิโลกรัม เหลือ 100 กิโลกรัมครับ ผมดีใจมาก ผมไปหาหมอ หมอก็ชม แต่หมออยากให้ผมลดอีก ผมก็อยากลดต่อเหมือนกัน คุณหมอบอกว่าเหมือนร่างกายผมเริ่มชินกับการออกกำลังกายแบบนี้ กินเท่านี้ เริ่มเข้าสู่เซฟโหมด ทำยังไงน้ำหนักก็ไม่ลงแล้วครับ ผมก็เริ่มท้อ พอได้ยินเรื่องอาหารเสริมลดน้ำหนัก ก็สนใจขึ้นมา
เอาจริง ๆ ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจพวกนี้เลยครับ แต่เหมือนพอหมดสิ้นหนทางก็เลยอยากจะลอง ซึ่งผมยังไปหาคุณหมอทุก ๆ 3 เดือนครับ เพื่อเช็กสุขภาพ เพราะถ้าเป็นอะไรมาก็ไม่คุ้มกันเลย โดยผมก็ยังคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะครับ พอผ่านไป 2 เดือน ปรากฏว่าเวิร์กครับ น้ำหนักผมเลยลดอีกครับ จาก 100 กิโลกรัม เหลือ 90 กิโลกรัม คราวนี้เรียกความมั่นใจกลับมาได้เลย

จากแต่ก่อนต้องใส่เสื้อไซส์ XXL ตอนนี้ใส่ไซส์ L ได้แล้วครับ คือเมื่อก่อนจะซื้อเสื้อผ้าทีต้องไปซื้อตามช็อปที่เป็นไซส์ฝรั่ง แต่ตอนนี้ซื้อห้างปกติได้แล้ว เอวนี่จาก 44 นิ้วเหลือ 36 นิ้วครับ ใส่กางเกงขาเดฟได้ด้วย ดีใจมาก สุขภาพดีขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น แล้วก็แอ็คทีฟมากขึ้น คือตอนอ้วน ๆ ผมนี่ง่วงนอนตลอดเวลา แอบงีบประจำ แต่ตอนนี้คือมีกิจกรรมเยอะขึ้น อยากทำโน่นทำนี่ ชีวิตเปลี่ยนไปเลยครับ หมอก็บอกว่าอย่ากลับไปอ้วนอีก ผมก็คงไม่กลับไปอ้วนอีกแล้วครับ เพราะกว่าจะลดได้นี่เล่นเอาเหนื่อยเลย

ก็อยากจะฝากถึงเพื่อน ๆ ที่กำลังพยายามลดน้ำหนักอยู่ อย่าท้อครับ วิธีบางคนอาจไม่เหมาะกับเรา ก็ให้หาวิธีที่เหมาะกับเราและไม่ทรมานครับ ที่สำคัญอย่าลืมการออกกำลังกายและกินอาหารให้เหมาะสม ขอให้ทุกคนลดได้ตามที่ตั้งใจนะครับ ผมเอาใจช่วย

ในที่สุด ผมก็ลดได้ 30 กิโลกรัม !!!
สุดท้ายนี้ ผมขออวดรูป Before & After ไว้หน่อย ให้เห็นการลดน้ำหนักของผม เผื่อจะเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังลดอยู่ ผมทำได้ คุณก็ต้องทำได้ครับ เพื่อสุขภาพของเรา สู้ครับ !
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ 2438033 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
เอาจริง ๆ ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจพวกนี้เลยครับ แต่เหมือนพอหมดสิ้นหนทางก็เลยอยากจะลอง ซึ่งผมยังไปหาคุณหมอทุก ๆ 3 เดือนครับ เพื่อเช็กสุขภาพ เพราะถ้าเป็นอะไรมาก็ไม่คุ้มกันเลย โดยผมก็ยังคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะครับ พอผ่านไป 2 เดือน ปรากฏว่าเวิร์กครับ น้ำหนักผมเลยลดอีกครับ จาก 100 กิโลกรัม เหลือ 90 กิโลกรัม คราวนี้เรียกความมั่นใจกลับมาได้เลย



ในที่สุด ผมก็ลดได้ 30 กิโลกรัม !!!
สุดท้ายนี้ ผมขออวดรูป Before & After ไว้หน่อย ให้เห็นการลดน้ำหนักของผม เผื่อจะเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังลดอยู่ ผมทำได้ คุณก็ต้องทำได้ครับ เพื่อสุขภาพของเรา สู้ครับ !
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ 2438033 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
