ชวนเพื่อนซี้ท่องราตรีที่ ICONSIAM หามุมถ่ายรูปสวย ๆ เก็บทุกแสงสีไปกับ OPPO R17 Pro

กรุงเทพฯ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองน่าเที่ยวที่ไม่เคยหลับใหลในยามราตรี ต่อให้ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วก็ยังมีสถานที่ให้ท่องเที่ยว กินข้าว ถ่ายรูปแสงสีกันได้ตลอดทั้งคืน ซึ่งวันนี้หลังเลิกงานเรามีนัดกับแก๊งเพื่อนซี้ไปถ่ายรูปเล่นกันที่ ICONSIAM แลนด์มาร์กสุดหรูแห่งใหม่ของคนกรุง พร้อมพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสมาชิกใหม่ของแก๊ง OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนสุดล้ำที่มีกล้องหลัง 3 ตัว และ Ultra Night Mode ที่ช่วยให้ถ่ายภาพตอนกลางคืนได้อย่างคมชัด สนุกได้แม้แสงน้อย รับประกันว่าคืนนี้เมมโมรี่เต็มแน่นอน ^^

ก่อนจะไปเจอเพื่อน ๆ เรามาดูโฉมหน้าของ OPPO R17 Pro สักหน่อยดีกว่า ครั้งแรกที่เจอกันสะดุดตาตรง การไล่เฉดสีแบบ Radiant Mist (ฟ้า-ม่วง) ดูสวยโดดเด่นน่าหลงใหล และว้าวสุด ๆ กับกล้องหลัง 3 ตัว โดยเลนส์ตัวแรกมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงคู่อัจฉริยะ F/1.5 กับ F/2.4 และกล้องตัวที่ 2 ให้มาสูงถึง 20 ล้านพิกเซล ไว้สำหรับเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ส่วนตัวสุดท้ายเป็น Time of Flight (TOF) 3D Camera นวัตกรรมถ่ายภาพ 3 มิติ ที่สามารถตรวจจับความลึก-ตื้นได้อย่างแม่นยำ

ขนาดเครื่องจับถนัดมือพอดีเป๊ะ พลิกมาด้านหน้าก็ประทับใจกับดีไซน์ที่มาแบบไร้ขอบ มีรอยหยดน้ำ (Water Drop Screen) เล็ก ๆ ลดพื้นที่ขอบให้เหลือน้อยที่สุด ดูเรียบหรูทันสมัย ด้านจอแสดงผลเป็น AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว สีสดไม่หลอกตา ความคมชัดระดับ Full HD+ ใช้กระจกหน้าจอ Gorilla Glass 6 รุ่นใหม่ที่กันแรงกระแทกและทนทานกว่าเดิมถึงสองเท่า โดนใจไปหมดทุกอย่าง อยากออกไปลองถ่ายภาพแล้วเนี่ย

โอ้ว...! ได้เวลาเลิกงานพอดีเลย ขอตัวพาสมาชิกใหม่ของแก๊งไปหาเพื่อน ๆ และถ่ายรูปเล่นที่ ICONSIAM ก่อนนะ

รอมานาน ในที่สุดก็ได้เจอกันสักที เย่...! กว่าจะนัดรวมตัวที่หน้า ICONSIAM ได้ ฟ้าก็เริ่มมืดไม่เหลือแสงให้ถ่ายแล้ว แต่เรายังสนุกกันได้ต่อ เพราะมี โหมดถ่ายภาพกลางคืน Ultra Night Mode ที่ช่วยวิเคราะห์และปรับค่ารูรับแสงให้อัตโนมัติ พร้อม OIS ระบบกันสั่น ถึงมือไม่นิ่งก็ยังเก็บภาพที่คมชัดในสภาวะแสงน้อยได้ เดี๋ยวเรามาลองดูกันว่าใช้ AI ตัวนี้ถ่ายแสงไฟบริเวณหน้าห้าง ICONSIAM ภาพที่ได้จะแตกต่างจากกล้องปกติแค่ไหน

ถ่ายด้วยกล้องปกติ เปิด HRD

ถ่ายด้วย Ultra Night Mode

ถ่ายด้วยกล้องปกติ เปิด HRD

ถ่ายด้วย Ultra Night Mode

เอาอยู่ทุกมุม เก็บหมดทุกรายละเอียด ทำให้สามารถครีเอตภาพอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วงเรื่องแสงน้อย

กำลังเดินถ่ายรูปกันอยู่เพลิน ๆ รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ตรงบริเวณลานจัดกิจกรรมริมน้ำ River Park อีกหนึ่งจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ใครมาก็ต้องโดน ซึ่งประจวบเหมาะกับรอบแสดงโชว์น้ำพุแสงสีแบบพอดิบพอดี ตอนแรกคิดว่าจะถ่ายไม่ทันซะแล้ว แต่ด้วยระบบ สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Unlock) ที่ซ่อนไว้ตรงหน้าจอด้านล่างช่วยให้เราไม่พลาดเก็บชอตสำคัญไว้ได้

จุดสแกนลายนิ้วมือที่ซ่อนไว้ใต้หน้าจอแบบเนียน ๆ แตะปุ๊บ ปลดล็อกปั๊บ !

เปิดกล้องพร้อม Ultra Night Mode ถ่ายชอตสำคัญได้ทันที

ตรงนี้มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายเยอะมาก กดลั่นชัตเตอร์กันไม่พักเลย

โหมดถ่ายภาพกลางคืน เหมือนเปิดโลกอีกด้านให้เราเลย เก็บภาพได้ทุกมุมจริง ๆ

ตามถ่ายรูปบรรยากาศ และแสงไฟกันมาเยอะแล้ว ลองเปลี่ยนมาเล่น Portrait Mode สักหน่อยดีกว่า ไหน ๆ มาทั้งทีก็ลองให้ครบไปเลย

การถ่ายด้วย Portrait Mode จะช่วยละลายฉากหลังให้เบลอ ดึงให้นางแบบดูโดดเด่นขึ้น โดยมีแสงให้เลือกถึง 6 แบบด้วยกัน

Natural Light

Flim Light

Mono-Tone Light

BI-Color Light

Canvas Light

Shake Light

ถ่ายเพลินมาก… ! จนแทบไม่เหลือท่าให้โพสแล้ว แต่ยังไม่อยากกลับบ้านเลย ขอพักเบรกไปหาอะไรกิน และนั่งเล่นเกมกับเพื่อน ๆ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ซึ่งเราได้ถ่ายภาพของอาหารมาอวดด้วย บอกเลยว่าน่ากิน ยั่วน้ำลายสุด ๆ  ใครเปิดดูตอนดึก ๆ เตรียมปิดตาไว้เลย เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะ

เป็นไงล่ะ บอกแล้วว่าน่ากินมาก งั้นขอตัวไปโซ้ยกันก่อนนะจ๊ะ

กินเสร็จแล้วก็พักเหนื่อยต่อด้วยเกมมัน ๆ ซึ่งจุดนี้ได้ใจเกมเมอร์ไปเต็ม ๆ เพราะ OPPO R17 Pro ใช้ CPU Snapdragon 710 พร้อม Ram 8 GB + Rom 128 GB ทำให้รองรับกราฟิกสูง ๆ ได้แบบชิล ๆ ไหลลื่นต่อเนื่องไม่มีสะดุด

จะกี่โค้ง กี่ฉาก เอฟเฟกต์หนักแค่ไหน OPPO R17 Pro เอาอยู่หมด

เล่นเกม ดูวิดีโอได้เต็มสุดขอบจอ แถมภาพสวย สีสดคมชัดได้ใจ

บอกเลยว่าวันนี้ใช้สมาร์ทโฟนหนักมาก ทั้งทำงาน คุยแชต โทร. นัดเพื่อน ถ่ายรูปรัว ๆ และเล่นเกมเมื่อกี้อีก รู้ตัวอีกทีคือแบตเตอรี่ใกล้จะหมดแล้ว เลยต้องไปหาร้านคาเฟ่นั่งพักชาร์จแบตฯ กันอีกสักแป๊บ แต่ไม่นานเกินรอแน่นอน ด้วยระบบ Super VOOC Flash Charge เทคโนโลยีชาร์จแบตฯ ที่เร็วที่สุดในโลก เนี่ยเห็นมั้ย ! พูดไม่ทันขาดคำเลย แค่ 10 นาที ได้แบตฯ เพิ่มมาตั้งหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่ง OPPO R17 Pro มีความจุแบตเตอรี่ 3,700 mAh เสียบประมาณ 20 กว่านาทีก็เกือบเต็มแล้ว ตรงนี้บอกเลยว่าปลื้มมาก

เริ่มชาร์จตอน 20.19 น. ตอนนั้นเหลือแบตฯ อยู่ 48%

กินขนมยังไม่ถึงครึ่งชิ้นเลย กระโดดมาที่ 83% แล้วอะ

ไม่รอช้าหยิบมาถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน ๆ ต่อทันที ซึ่งกล้องหน้าตัวนี้ไว้ใจได้ เพราะมีความละเอียดสูงถึง 25 ล้านพิกเซล และรูรับแสงขนาด F/2.0 เรียกว่าภาพที่ได้ออกมาแบบเรียลสุด ๆ แต่ถ้าใครไม่อยากให้ภาพดูเรียลเกินไป สามารถใช้โหมด Smart Beauty ช่วยปรับให้ดูเนียนขึ้น หรือใช้ AI Beauty ปรับแต่งเองเลยก็ได้จ้า

ถ่ายด้วยกล้องหน้าปกติ

ถ่ายด้วยโหมด Smart Beauty

สติ๊กเกอร์ โหมด (Sticker Mode) ที่กำลังฮิต ๆ ก็มีให้เล่นเหมือนกัน กดดูตอนถ่ายได้เลยด้วย

โอ๊ยยยย...! เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน ถึงเวลาแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับ OPPO R17 Pro ทั้งวัน ต้องบอกเลยว่า ถ่ายรูปตอนกลางคืนได้สวย เห็นแสงสีชัดสะใจสุด ๆ ไม่ต้องเดินหามุมสว่างให้เมื่อยขา ชอบมุมไหนถ่ายตรงนั้นได้เลย แถมกล้องหน้าก็ชัดแจ๋วไม่แพ้กัน และที่สำคัญชาร์จแบตฯ ได้ไวมาก ๆ เสียบแป๊บเดียวพร้อมลุยต่อได้ทันที โดนใจขาแชะทุกคนแน่นอน ในส่วนสเปกเครื่องนับว่าจัดจ้านไม่แพ้รุ่นเรือธงเลยทีเดียว กราฟิกหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ พวกเราขออ้าแขนรับให้เป็นสมาชิกใหม่ของแก๊งโดยไม่มีข้อกังขา

สำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนสเปกดี ๆ และพร้อมถ่ายรูปตลอดเวลา ลองเก็บ OPPO R17 Pro ไว้เป็นตัวเลือกในใจก่อนได้ มีให้เลือก 2 สีด้วยกัน ทั้ง Radiant Mist (ฟ้า-ม่วง) ที่อยู่กับเราวันนี้ และ Emerald Green (สีเขียวมรกต) ราคาจัดว่าสมน้ำสมเนื้อแค่ 24,990 บาทเท่านั้น สามารถไปทดลองเล่นและหาซื้อได้ที่ OPPO Brand Shop หรือ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ แล้วจะรู้ว่าเพื่อนใหม่ของเราเจ๋งแค่ไหน

อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ชวนเพื่อนซี้ท่องราตรีที่ ICONSIAM หามุมถ่ายรูปสวย ๆ เก็บทุกแสงสีไปกับ OPPO R17 Pro โพสต์เมื่อ 27 ธันวาคม 2561 เวลา 11:55:24 8,081 อ่าน
TOP