ผมไม่ได้บ้า...คำยืนยันของหนุ่มอารมณ์ฮา ตั๊ก บริบูรณ์







เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก magazinedee, BE Magazine

          ใบหน้ากวน ๆ บวกกับเสียงหัวเราะบ้าพลัง หลังจากหนุ่มตาโต "ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง" ปล่อยมุกประหลาด ๆ ออกมาเรียกเสียงฮาจากผู้ฟัง อาจทำให้หลายคนมองว่า หนุ่มคนนี้ "บ้า" และ "เยอะ" แต่ชายหนุ่มคนนี้ยืนยันว่า ตัวเอง "ไม่ได้บ้า" แค่อยากทำให้ทุกคนได้หัวเราะเท่านั้นเอง...

          มารู้จักตัวตนของหนุ่ม "บ้า?" คนนี้ ให้มากขึ้นกันดีกว่า กับบทสัมภาษณ์ล่าสุดจาก BE Magazine

          หากหมุนนาฬิกากลับไปสิบกว่าปีก่อน เราคงรู้จัก "ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง" ในฐานะนายแบบ และดารานักแสดงหน้าตาคมเข้ม แต่ไม่นานนัก เขาก็หายหน้าไปจากวงการบันเทิงพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับมุกตลกเต็มกระเป๋า และสไตล์สุดแสนจะรั่ว จนเพื่อนดารา และแฟน ๆ ละคร งงไปตาม ๆ กัน นี่เขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรือนี่?

          "คนอย่างผมมันค่อนข้างจะเยอะอยู่เหมือนกัน ที่สนใจจริง ๆ คือศาสตร์ตลก มัน...หาคนสอนกันยาก ไอ้เรื่องนี้ คือ มันไม่มีให้ใครมาสอน ว่าเล่นแบบนี้มันจะฮานะ มันไม่มีใครสอนไม่มีสูตรสำเร็จด้วย ต้องศึกษาเองครับผม ผมดูเทปตลอด ดูพี่หม่ำ พี่เท่ง พี่โหน่ง น้าค่อม พี่โก๊ะตี๋ อะไรแบบนี้ครับผม ตลกที่เราชอบ เราก็เลือกมาดูครับผม มันก็จะมีมุกอยู่ อะไรแบบนี้" นี่ล่ะมั้งที่ทำให้ ตั๊ก ซึมซับความตลกไว้ในตัว

          ตั๊ก บอกว่า มันเป็นเรื่องที่ท้าทาย และยากมาก ที่จะทำให้คนดูหัวเราะได้ โดยเขามักจะจดจำจังหวะการเล่น การพูด การรับมุกของแก๊งสามช่า "หม่ำ-เท่ง-โหน่ง" เอาไว้ แล้วมาใช้กับตัวเอง เขาบอกว่า นี่เป็นศาสตร์ที่ยาก และลึกซึ้ง ซึ่งจริง ๆ อย่าบอกว่าเขามาสายตลกเลย แต่นี่เป็นสไตล์ของเขา สไตล์ที่เขาชอบ

          "คนอื่นอาจมองว่าผมเป็นคนบ้า ใช่ ผมใช่ ผมใช่" ตั๊ก ขำ ก่อนจะบอกด้วยว่า ไม่รู้เหมือนกันว่า ความฮากับความบ้ามันแตกต่างกันไหม แต่นี่เป็นสไตล์ที่เขาสร้างขึ้นมา ไม่ได้ไปลอกเลียนแบบใคร และถึงแม้จะเห็นว่าเขาเป็นคนตลกเมื่ออยู่ในจอ แต่ตัวจริงเป็นคนซีเรียสมาก ๆ ต้องวางแผนชีวิตอย่างเป็นระบบ ถ้าไม่ได้แบบนี้ แบบนั้น จะต้องเดินไปทางไหนแทน เขาคิดไว้หมด



          "ตอนแรก ๆ ผมเองก็คิดว่า...ผมเองไม่ใช่ดารา แต่ว่า คือมันบีบบังคับให้ผมต้องทำตั้งแต่เด็ก ๆ ไปประกวด Domon Mini ได้ตำแหน่งมาเสร็จปั๊บ มีคนผลักดันให้ผมมาเป็นแดนเซอร์ให้กับพี่ทัช แล้วพอจนแล้วจนรอด คือเริ่มโตมาเรื่อย ๆ ผมก็เริ่มจะหายไป หายไปเสร็จปั๊บ ก็มีคนชักจูงให้กลับมาวงการบันเทิงใหม่ กลับมาใหม่เสร็จปั๊บ อยู่อีก แล้วก็หายไป แล้วกลับมาตอน 18 19 20 แล้วอยู่ดี ๆ ผมก็ซ่า ผมก็ดื้อ ผมก็หายไป ผมก็กลับมาใหม่ คือ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเหมือนกับก้าวออกไป แล้วก้าวเข้ามา ก้าวออกไป แล้วก็ก้าวเข้ามา (ทำมือประกอบ) คือ เราเองไม่ได้คิด ไม่ฝันว่า เราจะต้องมายืนตรงจุดนี้ คือ ตั๊ก บริบูรณ์ ไม่เคยฝันเลย แต่เหมือนกับว่ามันบีบบังคับให้เราเดินมา เมื่อเราทำมันตรงนี้ เราเองก็ทำให้มันดีที่สุดครับผม ผมเรียนรู้ว่า ผมคงจะไปทำอาชีพอื่นไม่ได้แล้ว มันขีดมาให้ผมเดินมาทางนี้" ตั๊ก พูดด้วยน้ำเสียงซีเรียสขัดกับลุคที่เราเห็นหน้ากล้อง

          ถามถึงเรื่องการเล่นตลกบ้างดีกว่า หลายคนอยากรู้ว่า ตั๊ก สรรหาวัตถุดิบ (มุก) มาจากไหน เจ้าตัวคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกให้ฟังว่า ของอย่างนี้มันต้องศึกษา แต่ละอย่างก็จะมีแก๊ปของมัน และเขาก็หมั่นไปซ้อมเล่นกับพี่ ๆ ที่เป็นตลกตามคาเฟ่ ตามร้านอาหาร เพื่อเหลาปาก ฝึกพูด เพราะตลกส่วนใหญ่ก็ฝึกพูด ฝึกเป็นตลกมาจากคาเฟ่ทั้งนั้น การจะเป็นตลกได้ต้องหาเส้นทางของตัวเองก่อน และต้องมุมานะ

          ทุกคนย่อมมีจุดเปลี่ยนของชีวิต ตั๊ก บริบูรณ์ เองก็เช่นกัน เขาบอกว่า จุดเปลี่ยนชีวิตที่ให้เขามาสายตลกนั้น น่าจะมาจากการที่ได้เป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตของโก๊ะตี๋ อารามบอย และเมื่อการเล่นตลกครั้งนั้นประสบความสำเร็จ มันก็คือจุดพลิกผันอีกครั้งสำคัญ

          "ตอนนั้นพี่โก๊ะตี๋จะขึ้นคอนเสิร์ต พี่ฉอดถามว่าจะเอาใครไปเป็นแขกรับเชิญ พี่โก๊ะตี๋ตอบว่า จะเอา พี่โน้ต เชิญยิ้ม เอาน้าค่อม แล้วอีกคนหนึ่งจะเอา ตั๊ก บริบูรณ์ ทางโต๊ะเขาเคาะกัน ไม่เอา ตั๊ก บริบูรณ์ เขาถามว่าใคร มันเป็นใคร คนดูจะเข้าใจเหรอ แต่พี่โก๊ะตี๋บอกว่า เชื่อมั่นสิ เชื่อผมสิ คนนี้เขามีของ แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว ผมผูกพันกับพี่โก๊ะตี๋ คลุกคลีกับน้าค่อม เขาสอนผมมา เขาสอนผมเล่นตลก เขาแนะผมมา เมื่อมีโอกาสเขาดึงผมขึ้นเวที เขาให้โอกาส คือมันพลิก (พลิกมือประกอบ) เลยครับ คอนเสิร์ตโก๊ะตี๋หกแพร่ง ลองไปดูเทป มันพลิกเลยครับ พอลงมาเสร็จปั๊บ พี่ฉอดช็อกมาก เพราะว่ามันสนุกมาก คนดูสนุกกันมาก คือมัน ฮึ่ม ฮึ่ม ฮึ่มกันตลอด" ตั๊ก เล่าอย่างอารมณ์ดี

          ตั๊ก เล่าด้วยว่า หลังจากการแสดงครั้งนั้นจบ พี่ฉอด เรียกเขาไปนั่งคุยในรายการคืนพิเศษ คนพิเศษ ทำเอาชีวิตพลิกเลยจริง ๆ หลายคนก็บอกว่า เรามาถูกทางแล้ว ให้รักษาทางบ้า ๆ ของเราไว้นะ ไปฝึกฝนมา




          และเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้ผู้ชมได้เห็นความบ้าของ ตั๊ก บริบูรณ์ มากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับรับความสุขจากเสียงฮาของผู้ชายคนนี้ และนี่ก็เป็นความสุขของ ตั๊ก ด้วยเช่นกัน เพราะเขาบอกว่า ความสุขของเขาคือการให้ทุกคนได้ยิ้มแย้ม ชอบให้ทุกคนมาเจอเขา แล้วยิ้มอย่างเดียว ถ้าไม่ฮาก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาจะหาทางไป จะเอาให้ฮาให้ได้

          แล้ว "ความทุกข์" ล่ะ อะไรคือ "ความทุกข์" ของ ตั๊ก บริบูรณ์ แล้วเขาจัดการกับความเครียดอย่างไร...ตั๊ก บอกว่า ตอนนี้เขาไม่มีความทุกข์อะไร เพราะชีวิตค่อนข้างโอเค ไม่มีหนี้ ไม่มีสิน มีเงินเก็บ อยากจะทำอะไรก็ทำได้ ไม่จำเป็นว่าต้องไปซื้อรถแพง ๆ บ้านแพง ๆ เพราะเราต้องมีความพอเพียง แต่ถ้าให้นึกดูจริง ๆ สิ่งที่น่าจะเป็น "ความทุกข์" ได้ก็คือ ไม่รู้ว่าอีกสักกี่ปีจะหมดช่วงของเขา

          พูดมาแบบนี้ สงสัยว่า หนุ่มอารมณ์ดีคนนี้อยากจะเป็น Legend (ตำนาน) ใช่ไหมนะ...ตั๊ก รีบตอบทันทีว่า "ถูกต้อง! ก็คือตำนาน คือผมจะไม่ตกอ่ะ ทำยังไงก็ได้ คือต้องรักษาไว้อย่างนี้ ผมอยากจะล้มบนฟูกครับผม ผมไม่อยากล้มบนพื้นดิน พื้นอิฐ พื้นทราย ผมเจ็บหลัง ผมเริ่มแก่แล้วครับ" ตั๊ก บอก

          จากคนธรรมดากลายมาเป็นคนที่มีชื่อเสียง มีเงินทอง ประสบความสำเร็จ แต่ ตั๊ก บริบูรณ์ ก็ไม่ได้มองว่า สิ่งเหล่านี้มาเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของเขา เพราะเขานึกถึงเรื่อง "บุญคุณ" อยู่เสมอ ตั๊ก บอกว่า ตัวเองมีทุกวันนี้ได้ เพราะมีคนสั่งสอนเขามาตลอด ทั้งพี่เท่ง พี่โหน่ง พี่หม่ำ น้าค่อม พี่โก๊ะตี๋ พี่บอล เชิญยิ้ม พี่หนุ่ย ที่เขาเคารพมาก และสิ่งที่เขาจะไม่ทำก็คือ "การลืมตัว"

          "ลืมตัว สิ่งนี้ผมจะไม่ทำ เพราะว่าผมเคยเป็นมาก่อนแล้ว ผมเคยดังแล้วตอนเด็ก ๆ ช่วง 18 19 แล้วผมก็ลืมตัวไป เพราะว่าเงินมันเข้ามาหาเราเยอะ เวลาจะไปไหนทุกคนก็เอาอกเอาใจเรา จนเราลืมไป สำมะเลเทเมา คือชื่อเสียง พอมันได้มา เงินต้องตามมาแล้ว เราก็จะลืมไป แต่เราโชคดีตรงที่ว่า เรามีพี่ดี ดึงกลับเข้ามา จนมีผมในวันนี้" หนุ่มอารมณ์ดีเปิดใจในที่สุด

          ต้องบอกว่า เพราะภาพรั่ว ๆ ฮา ๆ บ้า ๆ ของ ตั๊ก บริบูรณ์ ได้สร้างการจดจำให้ผู้คนอย่างรวดเร็ว ทำให้ ณ วันนี้ ตั๊ก บริบูรณ์ กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง ในฐานะนักแสดงที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้ชมได้ทุกงาน แหม...บางทีความ "บ้าสุดขั้ว" ก็เป็นเรื่องดีเหมือนกันนะเนี่ย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก



Be Magazine ฉบับที่ 35




คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
แอพแรกที่คุณเลือก