ชาวเกย์มีเซ็กส์โดยไม่ใส่ถุงยาง เสี่ยงเป็นเอดส์มากขึ้น 18 เท่า

ชาวเกย์มีเซ็กส์โดยไม่ใส่ถุงยาง เสี่ยงเป็นเอดส์มากขึ้น 18 เท่า

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          การสำรวจครั้งใหม่นี้อาจทำให้ท่านชายที่ชื่นชอบเพศเดียวกันทั้งหลายเริ่มรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ ได้เลย เพราะผู้นิยมชมชอบการร่วมเพศทางทวารหนักโดยไม่ใส่ถุงยางอนามัยป้องกัน มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีมากขึ้น

          สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า ทางด้าน คริส เบย์เลอร์ ศาตราจารย์ด้านสาธารณสุขและสิทธิมนุษยชนจากสถาบันศึกษาสาธารณสุขจอห์น ฮอปกิ้นส์ บลูมเบิร์ก และเป็นผู้อำนวยการงานวิจัยด้านโรคเอดส์ได้เปิดเผยในวารสารแลนเซท ฉบับวันที่ 20 กรกฎาคม ว่าถึงแม้จะหาวิธีในการป้องกันการแพร่ของเชื้อเอชไอวีมาตลอด 30 ปี แต่การระบาดของเชื้อเอชไอวีของกลุ่มชายรักร่วมเพศในสหรัฐอเมริกา สเปน ชิลี ไทย มาเลเซีย แอฟริกาใต้ รวมไปถึงทั้งทวีปแอฟริกาและหมู่เกาะแคริบเบียน กลับเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าเดิม 15 เปอร์เซ็นต์ โดยถ้านับแค่หมู่เกาะแคริบเบียนที่เดียวนั้น มีจำนวนมากถึง 25 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ชาวเกย์มีเซ็กส์โดยไม่ใส่ถุงยาง เสี่ยงเป็นเอดส์มากขึ้น 18 เท่า

          จากการวิจัยดังกล่าวยังพบว่าผู้ที่นิยมมีความสัมพันธ์ทางเพศทางทวารหนัก (Anal Sex) แล้วไม่สวมถุงยางอนามัย จะมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวีสูงมากราว 1.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่าการมีสัมพันธ์ทางเพศแบบปกติของชาย หญิงทั่วไปถึง 18 เท่า!!

          นอกจากนี้ศาสตราจารย์ คริส เบย์เลอร์ ยังได้กล่าวเสริมว่า ถ้าประชาชนกลุ่มชายรักชายตระหนักถึงการใช้ถุงยางอนามัยป้องกันโรคติดต่อต่อเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เฉกเช่นมีเพศสัมพันธ์แบบปกติ จะสามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อเอชไอวีได้ถึง 80-98 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงหากผู้ชายรักร่วมเพศเน้นความสัมพันธ์แบบระยะยาวให้มากกว่าเปลี่ยนคู่ควงบ่อย จะช่วยลดอัตราเสี่ยงได้ถึง 29-51 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย


 รวมเรื่องเด็ด สุดยอดของผู้ชาย สาวสวยเซ็กซี่ แฟชั่น รถยนต์ คลิกที่นี่

 คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่





คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
แอพแรกที่คุณเลือก